ผู้กำกับ, นักแสดงร่วมไว้อาลัยและเล่าประสบการณ์การทำงานกับ ฌอน คอนเนอรี่

เซอร์ ฌอน คอนเนอรี่ นักแสดงอาวุโสเจ้าของบทบาทสายลับเจมส์ บอนด์ คนแรก เพิ่งจากโลกไปเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม ที่ผ่านมานี้ ในวัย 90 ปี มิเชลีน โรคบรูน ภรรยาของฌอน เธอใช้ชีวิตคู่กับท่านเซอร์มาแล้ว 45 ปี ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ท่านเซอร์ได้รับความทุกข์ทรมานจากโรคสมองเสื่อมมาประมาณหนึ่งเดือนแล้ว
“เขาไม่สามารถแสดงอาการความรู้สึกอะไรได้เลย มันเปรียบเหมือนว่าไม่มีชีวิตจิตใจอยู่ในร่างกายเขาแล้ว แต่อย่างน้อยเขาก็จากไปในขณะที่นอนหลับ มันเป็นการจากไปอย่างสงบที่สุดแล้ว”

การจากไปของ ฌอน คอนเนอรี่ นับเป็นการสูญเสียนักแสดงผู้ยิ่งใหญ่ระดับตำนานของโลกภาพยนตร์ สร้างความรู้สึกสะเทือนใจกับบรรดานักแสดง และผู้คนในวงการที่ได้เคยร่วมงานกับเขามาอย่างมาก นักแสดงหลาย ๆ คนก็ได้ออกมาแสดงความรู้สึกเสียใจผ่านสื่อ มีบางรายที่เราเลือกหยิบยกความรู้สึกของเขาเหล่านั้นมาถ่ายทอดต่อในข่าวนี้

คนแรกคือ แฮร์ริสัน ฟอร์ด พระเอกผู้รับบท อินเดียนา โจนส์ อีกบทบาทระดับตำนานของฮอลลีวูด แฮร์ริสัน ฟอร์ด เคยร่วมงานกับ ฌอน คอนเนอรี่ มาแล้วใน Indiana Jones and the Last Crusade ปี 1989 ในเรื่องนี้ ฌอนรับบทเป็น เฮนรี่ โจนส์ ซีเนียร์ พ่อของอินเดียนา โจนส์ การเลือก ฌอน คอนเนอรี่ มารับบทเป็นพ่อของอินเดียนา โจนส์ นั้นเป็นไอเดียของ สตีเวน สปิลเบิร์ก ผู้กำกับ ซึ่งเขาเผยว่าเป็นตัวเลือกเดียวเลยที่เขานึกภาพไว้ตอนที่เห็นตัวละครนี้ในบทภาพยนตร์

แฮร์ริสัน ฟอร์ด ได้กล่าวไว้อาลัยถึงการจากไปของ ฌอน คอนเนอรี่ ไว้ว่า
“เขาเป็นพ่อของผม ไม่ใช่ในชีวิตจริงนะ ผมหมายถึงในหนัง Indy 3 ทีแรกน่ะคุณยังไม่ได้รู้สึกปลาบปลื้มเท่าไหร่นักหรอก จนกระทั่งได้ถ่ายทำฉากที่ผมต้องขี่รถมอเตอร์ไซค์แบบรัสเซียแล้วมี ฌอน คอนเนอรี่ มานั่งในรถพ่วงข้างด้วย แล้วตลอดทางที่รถวิ่งไปนั้นถนนมันขรุขระและคดเคี้ยวมาก รถมันก็กระเด้งกระดอนไปเรื่อย ผมก็ขี่ไปมองฌอนนั่งเกร็งอยู่ในรถพ่วงข้าง พระเจ้า!ตอนนั้นมันฮามาก ถ้าตอนนี้เขาได้อยู่ในสวรรค์แล้ว ผมหวังว่าที่นั่นจะมีสนามกอล์ฟให้เขาได้เล่นนะ ขอให้ไปสู่สุขคตินะเพื่อน”

จอร์จ ลูคัส อภิมหาผู้กำกับผู้ให้กำเนิดตำนาน Star Wars แล้วยังเป็นผู้ร่วมเขียนบทภาพยนตร์ Indiana Jones & the Last Crusade ซึ่งจอร์จก็ดีใจอย่างมากที่ได้ฌอน คอนเนอรี่ มารับบทที่เขาเป็นคนเขียนไว้ ซึ่งในวันนั้นเขาลาจากบท เจมส์ บอนด์ มาแล้ว เป็นนักแสดงระดับตำนานของวงการแล้ว สำหรับจอร์จ ลูคัส และสตีเวน สปิลเบิร์ก นั้น การได้ฌอน คอนเนอรี่ มาอยู่ในหนังนั้น นับเป็นเกียรติสำหรับพวกเขามาก แม้ว่าอายุอานามจริงของฌอนนั้น จะแก่กว่าแฮร์ริสัน ฟอร์ด เพียงแค่ 12 ปีเอง ก็ตามเถอะ ในการจากไปของ ฌอน คอนเนอรี่ นั้น จอร์จ ลูคัส จึงต้องแสดงความเสียใจอย่างเป็นทางการด้วยในฐานะที่เคยร่วมงานกันมา

“เซอร์ฌอน คอนเนอรี่ เขาจากไปแต่ก็ผลงานการแสดงที่เต็มไปด้วยความสามารถก็ได้กลายเป็นประวัติศาสตร์สำคัญในวงการภาพยนตร์ไปแล้ว ด้วยระยะเวลาที่ยาวนานในวงการทำให้มีผู้ชมหลายรุ่นหลายวัย แต่ละคนก็มีผลงานเรื่องโปรดของเขา ส่วนตัวผมจะจดจำเขาตลอดไปในบทบาทพ่อของอินดี้ ผมดีใจมากที่ได้มีโอกาสอันดีที่ทำให้ผมได้รู้จักและได้ร่วมงานกับท่าน ขอฝากความระลึกถึงนี้ไปถึงครอบครัวของเขาด้วย”

บทบาทของ ฌอน คอนเนอรี่ สร้างความประทับใจให้กับจอร์จ ลูคัส จริง ๆ ไม่ใช่แค่ในคำไว้อาลัย เพราะหลังจากจบงาน Indiana Jones & the Last Crusade จอร์จ ก็วางแผนการจะให้ฌอนกลับมารับบทเดิมใน Indiana Jones and the Kingdom of the Crystal Skull ปี 2008 แต่น่าเสียดายที่ฌอน ประกาศวางมือจากวงการแสดงในปี 2006 เราก็เลยไม่มีโอกาสได้เห็นฌอนในบทบาท เฮนรี่ โจนส์ กันอีกครั้ง

อีก 1 บทบาทของ ฌอน คอนเนอรี่ ที่ผู้ชมส่วนใหญ่ประทับใจรองจากบท เจมส์ บอนด์ ก็คงจะหนีไม่พ้นบท กัปตัน จอห์น แพททริก เมสัน จาก The Rock หนังแอ็กชันสุดมันส์ ระดับตำนานที่เต็มไปด้วยลายเซ็นของ ไมเคิล เบย์ ผู้กำกับนักระเบิดภูเขาเผากระท่อม ในการนี้ไมเคิล เบย์ ก็ออกมาเล่าอดีตความรู้สึก ความประทับใจที่ได้เคยร่วมงานกับท่านเซอร์ ฌอน คอนเนอรี่

“สำหรับผมเขาคือตำนาน พวกเราทุกคนต่างก็ต้องมีคนที่เรานับถือเป็นครูบาอาจารย์ในอาชีพการงานของเรา คนนั้นจะต้องสร้างความประทับใจให้กับเราอย่างมากในการดำเนินชีวิตของเรา สำหรับครูของผมคนนี้ ผมไม่ได้เจอเค้ามากว่า 20 ปีแล้ว แต่ผมก็ยังประทับใจในความฉลาดรอบคอบของเขาได้เหมือนกับเพิ่งเจอเขาเมื่อวานนี้”

ฌอน คอนเนอรี่ ได้ฝากความประทับใจไว้กับ ไมเคิล เบย์ อย่างมาก แม้ในวันนี้เขาจะเป็นผู้กำกับระดับแถวหน้าฮอลลีวูดไปแล้ว แต่เขาก็ยังมีความทรงจำดี ๆ ที่ได้เคยร่วมงานกับนักแสดงผู้ยิ่งใหญ่ผู้นี้ในช่วงต้น ๆ ของการเป็นผู้กำกับภาพยนตร์

“ผมยังเด็กและยังทึ่มอยู่มากในวันนั้น The Rock เพิ่งเป็นเรื่องที่ 2 ที่ผมได้กำกับ ผมได้ยินกิตติศัพท์เรื่องฌอนมาเยอะว่าเขาค่อนข้างเขี้ยวกับผู้กำกับ ผมค่อนข้างเกร็งเลยล่ะ ตอนที่ผมออกคำสั่งกับเค้าครั้งแรก ‘เอ่อ ฌอน คุณช่วยลดการหว่านเสน่ห์ลงหน่อยได้มั้ย’ เขาตอบ “ได้เลย ไอ้หนู’ แล้วผมก็ได้ชื่อเล่นว่า ‘ไอ้หนู’ ที่เขาเป็นคนตั้งให้”

แม้ว่าการทำงานจะดำเนินไปด้วยอาการเกร็ง ตื่นตระหนกของไมเคิล เบย์ แต่ถึงอย่างนั้นไมเคิล เบย์ ก็ยังมีเรื่องสนุก ๆ ในกองถ่ายมาเล่าต่อให้เราฟัง
“ในฉากขับรถไล่ล่ากัน ฌอนเป็นคนขับรถ ผมนั่งอยู่ในรถคอยถ่ายภาพเขา แล้วอยู่ดี ๆ เขาก็กระทืบเบรก หัวผมพุ่งไปกระแทกกระจกหน้ารถ เขาหันมาถาม
‘เป็นไง โอเคอยู่มั้ย’
ผมตอบกลับไปทันที
‘ไม่เลย เพราะอะไรรู้มั้ย ตอนนี้ดิสนีย์ส่งคนมาที่กองถ่ายแล้ว พวกเขาคอยหาจังหวะจะเตะก้นผมอยู่เนี่ย เพราะกำหนดปิดกล้องเลยมา 2 วันแล้ว’
ฌอน หันมายิ้มให้ผมแบบมีเลศนัย
‘อยากให้ผมช่วยมั้ยล่ะ’

(The Rock เป็นหนังที่สร้างโดย Hollywood Pictures บริษัทลูกของดิสนีย์)

ตัดภาพมาที่มื้อกลางวันเลย เจ้าหน้าที่ระดับบริหารจากดิสนีย์นั่งอยู่ที่ห้องอาหารในโรงเรียนประถม มีโต๊ะกับเก้าอี้ตัวเล็ก ๆ ทำให้เราดูเหมือนยักษ์ไปเลย ผมเข้าไปนั่งแล้วก็ผายมือไปที่ฌอน คอนเนอรี่
‘นี่ครับ ฌอน คอนเนอรี่ เขาอยากจะมาทักทายทำความรู้จักด้วย’
ฌอนก็เดินเข้ามาแล้วก็นั่งลงที่โต๊ะอาหาร ตรงข้ามกับผู้บริหารดิสนีย์ แล้วเขาก็เริ่มบทสนทนาในแบบ ฌอน คอนเนอรี่ สไตล์ ที่มีสำเนียงแบบสกอตติช
‘ไอ้หนูนี่มันทำงานดีนะ ในขณะที่พวกคุณก็อยู่กันสบายบนตึกสูงนั่น พวกเราต้องการเงินฉิบหายเลยตอนนี้”
พวกเขาตอบกลับมาทันที
“เอาสิ เท่าไหร่ล่ะ’
ฌอนเค้ามาช่วยผมเพราะเขารักการทำหนัง เขาโปรดปรานงานที่ยอดเยี่ยม เขาจึงพยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุดเท่าที่เขาจะช่วยได้ การได้ร่วมงานกับเขาเป็นประสบการณ์ที่ดีที่สุดของผม”

มาถึงคนสุดท้ายคือ เพียร์ซ บรอสแนน เจ้าของบทเจมส์ บอนด์ คนที่ 5 เขาได้โพสต์ไว้อาลัยถึง ฌอน คอนเนอรี่ ผ่านทางอินสตาแกรมส่วนตัว

“เซอร์ฌอน คอนเนอรี่ คุณคือ เจมส์ บอนด์ ผู้ยิ่งใหญ่สำหรับผมตั้งแต่ผมยังเป็นเด็ก สำหรับผม คุณเป็น เจมส์ บอนด์ ด้วยตัวตนของคุณจริง ๆ คุณได้สร้างสรรค์ภาพที่ทอดยาวไปบนตำนานอันงดงามของโลกภาพยนตร์และมันจะคงอยู่ตลอดไปตราบนานเท่านาน คุณได้เบิกทางให้กับพวกเราได้ตามรอยเท้าของการับบทบาทระดับไอคอนนี่ ผมเชื่อว่านักแสดงทุกคนที่ได้มาสวมบทบาทนี้ต่างก็มองมาที่คุณด้วยสายตาของความชื่นชมและเคารพนับถือ ในขณะที่พวกเราแต่ละคนต่างก็ต้องตีความบทบาท เจมส์ บอนด์ ไปในทิศทางเฉพาะตน แต่คุณก็คือที่สุดในทุก ๆ แนวทางจริง ๆ ไม่ว่าในฐานะผู้ชายคนหนึ่ง หรือในฐานะนักแสดงคนหนึ่ง และจะยังคงอยู่เช่นนี้ตลอดไป คุณเป็นที่รักของคนทั้งโลก และจะเป็นที่ระลึกถึง ขอพระเจ้าทรงอวยพร ถึงเวลาพักผ่อนแล้วครับ ของจงสู่สุขคติ”

นับว่าเป็นข้อเขียนไว้อาลัยที่เรียบง่ายและงดงามจากเจมส์ บอนด์ รุ่นน้อง ถึง เจมส์ บอนด์ รุ่นบุกเบิก เพียร์ซ บรอสแนน เข้ามารับบทเป็น เจมส์ บอนด์ ในปี 1995 ประเดิมด้วยภาค GoldenEye แล้วตามต่อด้วย Tomorrow Never Dies, The World Is Not Enough และส่งท้ายด้วย Die Another Day กับบทบาท เจมส์ บอนด์ ทั้ง 4 ภาค ของ เพียร์ซ บรอสแนน เขาได้รับการยกย่องจากแฟน ๆ ว่าเป็นบอนด์ที่ดีที่สุดคนหนึ่ง แต่สำหรับตัวเขานั้น เพียร์ซยกย่องให้ ฌอน คอนเนอรี่ คือเจมส์ บอนด์ คนโปรดของเขา ถึงวันนี้ เพียร์ซ ยังเปิดกว้างสำหรับคำเชื้อเชิญจากทีมงานจะให้เขากลับไปร่วมงานในแฟรนไชส์ เจมส์ บอนด์ อีกครั้ง ภาคใดสักภาคหนึ่งในอนาคต แต่ถ้ากลับไปรอบนี้เขาขอเล่นเป็นบทตัวร้ายบ้าง

จอร์จ ลาเซนบี้ เป็นนักแสดงอีกคนที่เคยสวมบทบาทเป็น เจมส์ บอนด์ ถ้านับตามลำดับจริง ๆ แล้ว เขาคือ เจมส์ บอนด์ คนที่ 2 ต่อจาก ฌอน คอนเนอรี่ ในภาค On Her Majesty’s Secret Service ปี 1969 แต่ไม่ได้รับความนิยมมากนัก ทีมผู้สร้างเลยไปตาม ฌอน คอนเนอรี่ กลับมาเป็น เจมส์ บอนด์ อีกรอบ ในวาระการจากไปของ ฌอน คอนเนอรี่ ก็ได้โพสต์คำไว้อาลัยผ่านทางอินสตาแกรมของเขาเช่นกัน

“เมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ผมเพิ่งอวยพรวันเกิดครบรอบ 90 ปีของเขา แต่วันนี้ผมต้องกลับต้องมารู้สึกเศร้าใจที่ต้องมาแสดงความรู้สึกเสียใจต่อครอบครัวของเขา แน่นอนครับ เจมส์ บอนด์ ในภาพลักษณ์ของ ฌอน คอนเนอรี่ คือแรงบันดาลใจของผม สำหรับผมแล้วช่วงเวลาดี ๆ ของผมมันหยุดไว้แค่ในยุก 60s นั่นล่ะ ผมได้เจอฌอนอยู่ 2 ครั้ง ผมรู้สึกปีติมากที่เขาส่งต่อบทบาท เจมส์ บอนด์ ให้กับผม เขาเกือบจะได้เล่นภาคนี้หลายครั้งแล้ว มันเป็นตอนที่ดีมากตอนที่เอียน เฟลมมิง ได้เขียนไว้ แต่สำหรับผมนั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือผลงานของฌอนนั้น มันไปไกลเกินกว่าหนังเจมส์ บอนด์ แล้ว มันไปเข้าไปอยู่ในครอบครัว ไปอยู่ในแวดวงการเมือง ไปอยู่ในการการกุศล เขาคือคนที่จะอยู่ในใจผมตลอดไป บุรุษผู้ยิ่งใหญ่ นักแสดงผู้ยิ่งใหญ่ ผมขอฝากความระลึกถึงผ่านไปยังท่านหญิงมิเชลีน และลูกหลานของฌอน”

ทิโมธี ดัลตัน ในฐานะเจมส์ บอนด์ คนที่ 4 เขาเริ่มต้นในภาค The Living Daylights ปี 1987 และ License to Kill ปี 1989 ก็ได้กล่าวถ้อยคำไว้อาลัยสั้น ๆ ด้วยเช่นกัน

“ฌอนคือบุคคลที่ยอดเยี่ยม และเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่”

คนสุดท้ายและเป็นบุคคลที่จะขาดไปไม่ได้ นั่นก็คือ แดเนียล เครก ในฐานะ เจมส์ บอนด์ คนปัจจุบัน ที่เข้ามารับบทบาทเจมส์ บอนด์ ตั้งแต่ปี 2006 ในภาค Casino Royale และภาคล่าสุด No Time to Die ก็จะเป็นการรับบทบาท เจมส์ บอนด์ เรื่องที่ 5 ของเขาแล้ว และนับเป็นหนัง เจมส์ บอนด์ เรื่องที่ 25 อย่างเป็นทางการ แดเนียล เครก ได้กล่าวคำไว้อาลัยไว้ว่า

“ท่านเซอร์ฌอน คอนเนอรี่ จะเป็นที่จดจำตลอดไปในฐานะบอนด์และในฐานะอื่น ๆ อีกมากมาย เขาได้นิยามยุคสมัยและสไตล์ของบอนด์ไว้ในวันนั้น บอนด์ของเขาเป็นบอนด์ที่ดูมีหลักแหลมและมีเสน่ห์ เขายังมีส่วนร่วมในการสร้างหนังระดับบล็อกบัสเตอร์ในยุคใหม่ และเขายังมีอิทธิพลต่อนักแสดงและผู้สร้างหนังในอนาคตอีกมาก ขอให้ผมได้แสดงความเสียใจฝากไปถึงครอบครัวของเขาและผู้เป็นที่รักของเขา ไม่ว่าเขาจะอยู่แห่งหนใด ผมหวังว่าที่นั่นจะมีสนามกอล์ฟให้เขาเล่นต่อไป”

แม้จะธรรมเนียมที่ดำเนินไปบนความเศร้าโศกจากการสูญเสีย แต่ก็นับเป็นธรรมเนียมที่ดีและสวยงาม ที่ได้เห็นบรรดารุ่นน้องในวงการทั้งผู้กำกับ นักแสดงที่ได้เคยร่วมงาน และบรรดาเจมส์ บอนด์ รุ่นต่อ ๆ มาได้มาร่วมแสดงความรู้สึกและเล่าประสบการณ์น่ารัก ที่อดอมยิ้มตามไม่ได้เช่นนี้ กล่าวได้ว่าแม้วันนี้ ฌอน คอนเนอรี่ นักแสดงผู้ยิ่งใหญ่ แต่ช่วงเวลาอันยาวนานที่เขาได้อยู่ในวงการแสดงก็ได้ฝากความทรงจำดี ๆ ให้กับผู้คนที่ได้เคยร่วมงานกับเขาไว้มากมาย

อ้างอิง อ้างอิง อ้างอิง

The post ผู้กำกับ, นักแสดงร่วมไว้อาลัยและเล่าประสบการณ์การทำงานกับ ฌอน คอนเนอรี่ appeared first on #beartai.