8 เรื่องที่คุณอาจยังไม่รู้ของประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนใหม่ Joe Biden

Joe Biden

เกือบจะเป็นที่แน่นอนแล้วว่า Joe Biden วัย 77 ปี จากพรรคเดโมแครต จะได้ขึ้นเป็นประธานาธิบดีคนที่ 46 ของสหรัฐฯ ในช่วง 4 ปีต่อจากนี้ หากไม่โชคร้ายตกไปเป็นเหยื่อของแผนการจากฝั่ง Donald Trump ที่กำลังเดินหน้าไม่ขอยอมรับผลการเลือกตั้งและยื่นฟ้องต่อศาลสูงของสหรัฐฯ อยู่ในตอนนี้ Biden กวาดคะแนนเสียงคณะผู้เลือกตั้ง (Electoral Votes) เกิน 270 เสียง โดยรัฐที่ทำให้เขาทำคะแนนทิ้งขาด Trump คือรัฐเพนซิลเวเนีย หลังจากการนับคะแนนในหลายรัฐ Swing State ทำให้ผู้ติดตามการเลือกตั้งต้องลุ้นไม่เป็นอันกินอันนอน นอกจากนี้ Biden ยังสร้างสถิติใหม่ กวาดคะแนนเสียง Popular Vote เกิน 73.7 ล้านเสียง มากที่สุดในประวัติศาสตร์อเมริกันแซงหน้าสถิติเดิมของ Barack Obama ที่ทำไว้ 69.49 ล้านเสียง

วันนี้จึงเป็นโอกาสที่ดีที่จะทำความรู้จักกับอดีตรองประธานาธิบดีในสมัย Barack Obama (คนที่ 47 ของสหรัฐฯ) ดำรงตำแหน่งถึง 8 ปีเต็ม ช่วงปี 2009-2017 ปีผู้นี้ให้มากขึ้น เพราะชีวิตของเขาเต็มไปด้วยสีสัน มีทั้งด้านสว่างและด้านมืด ด้านที่มีความสุขและด้านที่ขมขื่น ไม่แพ้ประธานาธิบดีของสหรัฐคนอื่น ๆ ที่แล้วมา

Biden ตอนดำรงตำแหน่งเป็นรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนที่ 47 (2009-2017)

ชีวิตก่อนเป็นนักการเมือง

Joseph Robinette Biden Jr. เกิดเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 1942 ที่เมืองสเครนตัน รัฐเพนซิลเวเนีย (รัฐ Swing State ที่เป็นตัวแปรสำคัญรัฐหนึ่งอันส่งผลให้เขากำลังจะได้เป็นประธานาธิบดีในปีนี้) เขาโตมาในครอบครัวชนชั้นกลางที่ไม่หวือหวา เป็นลูกชายคนโตสุดในจำนวน 3 คนของครอบครัวคาทอลิก

เขาเคยมีอาการพูดติดอ่างในวัยเด็ก ที่ทำให้เขาขาดความมั่นใจในตัวเองอย่างมากในช่วงวัยเยาว์ แต่แม่ของเขาก็คอยให้กำลังใจเขาเสมอ จากนั้นแม่ของเขา จึงส่งเขาไปเรียนการอ่านบทกลอนกับแม่ชีในโบสถ์ และการอ่านกลอนเด็กเป็นจังหวะอย่างสม่ำเสมอ ช่วยให้เขาสามารถกลับมาพูดได้อย่างคล่องแคล่ว มั่นใจ และหายจากอาการติดอ่างได้ในที่สุด หลังจากก้าวขึ้นมาเป็นรองประธานาธิบดี เขาส่งจดหมายถึง Stuttering Foundation of America ที่ช่วยเหลือผู้คนที่มีปัญหาการติดอ่างว่าจะให้การสนับสนุนมูลนิธิอย่างเต็มความสามารถ

ภาพครอบครัวสมัยเด็ก Biden เป็นพี่ชายคนโตสุด (ภาพจาก Joebiden.com)

หลังจากใช้ชีวิตจนอายุ 10 ปี และโลกกำลังเข้าสู่ช่วงสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 และโลกอยู่ในภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ครอบครัวเขาประสบกับปัญหาการเงินอย่างหนักทำให้ต้องอพยพไปอยู่ที่เมืองเดลาแวร์ เคยฝันอยากเป็นนักฟุตบอล แต่ต้องผันตัวมาทำงานเป็นพนักงานขายรถยนต์เพื่อช่วยครอบครัว

ตอนนั้นเองที่เขาเริ่มตั้งเป้าหมายใหม่ อยากจะเติบโตไปเป็นการเมืองเขาเรียนจบปริญญาตรีสาขารัฐศาสตร์และประวัติศาสตร์จาก University of Delaware และเปลี่ยนมาเป็นสาขานิติศาสตร์จาก Syracuse University เพราะพบว่านักการเมืองในสหรัฐฯ ที่ประสบความสำเร็จมักจะมาเรียนจบจากด้านกฎหมาย เมื่อเรียนจบก็ทำงานเป็นทนายความฝ่ายจำเลยซึ่งส่วนมากเป็นลูกความที่ยากไร้และไม่มีเงินจ้างทนายแพง ๆ และในปีถัดมาเขาได้เข้าเป็นสมาชิกสภาเทศมณฑล รัฐเดลาแวร์

สมัยเรียนอยู่ที่ University of Delaware (ภาพจาก Joebiden.com)

เข้าสู่เส้นทางการเมือง

ช่วงเริ่มต้นเป็นสมาชิกวุฒิสภาของรัฐเดลาแวร์ ปี 1972 (ภาพจาก Joebiden.com)

Biden เริ่มต้นเส้นทางการเมืองในปี 1972 โดยเขาได้รับการเลือกตั้งเป็นวุฒิสมาชิกของรัฐเดลาแวร์ ทั้ง ๆ ที่เป็นการท้าชิงตำแหน่งจากนักการเมืองเก่าแก่ในท้องที่ แต่ Biden วัย 30 ปี ก็ได้รับชัยชนะมาอย่างไม่ยากเย็น จริง ๆ แล้วเขาได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภา ตอนอายุเพียง 29 ปี แต่ต้องรอจนย่างเข้าอายุ 30 เสียก่อนตามกฎหมายในเวลานั้นกำหนดจึงจะเข้ารับตำแหน่งได้

เขาได้รับเลือกตั้งเป็นวุฒิสมาชิกของรัฐนี้ 6 สมัยต่อเนื่อง เป็นเวลายาวนานกว่า 36 ปี จุดเด่นในการทำงานของ Biden คือการผลักดันกฎหมายมากกว่า 40 ฉบับ เน้นไปที่กฎหมายเกี่ยวกับการต่อต้านการใช้ความรุนแรงกับผู้หญิง และกฎหมายควบคุมอาชญากรรมและความรุนแรง

เขาเคยลงสมัครเป็นผู้ท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีครั้งแรกเมื่อปี 1987 แต่เพราะลีลาการปราศรัยที่ค่อนข้างยืดยาด น่าเบื่อ ชอบพูดนอกเรื่องในตอนนั้น รวมถึงยังมีข่าวว่าเขาลอกสุนทรพจน์นักการเมืองอังกฤษ เขาจึงขอถอนตัวจากการชิงตำแหน่งเป็นตัวแทนพรรคในครั้งนั้นไป

อีกครั้งในปี 2008 เขาเสนอตัวเป็นตัวแทนของพรรคเดโมแครตเพื่อชิงตำแหน่งประธานาธิบดี แต่ก็ไม่อาจต้านทานกระแสและความนิยมของ Barack Obama ไปได้ นั่นทำให้เขาขอถอนตัวเองออกจากการแข่งขันชิงตำแหน่งเป็นตัวแทนพรรค และ Obama ก็เทียบเชิญให้เขาร่วมท้าชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีร่วมกับเขาเลยในทันที ต่อมาเมื่อพวกเขาชนะการเลือกตั้ง 2 สมัย ชาวอเมริกันมักจะเรียกคู่หูคู่นี้ว่า “Bromance” ด้วยความที่พวกเขาสนิทกันเหมือนพี่ชายน้องชาย (ถ้าใครเคยดูคลิปที่ Biden ชวน Obama วิ่งออกกำลังกายรอบทำเนียบขาวจะยิ่งเข้าใจอย่างดี) Biden และ Obama ทำงานเข้ากันได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ Biden ยังได้รับเหรียญอิสรภาพ ซึ่งเป็นเครื่องราชอิสริยาภรณ์สูงสุดของสหรัฐฯ จาก Obama อีกด้วย

ตอนปี 2016 เขาเคยถูกถามว่า จะสมัครเป็นผู้ท้าชิงประธานาธิบดีอีกหรือไม่ และคำตอบที่เขาให้ไว้คือ “ผมสามารถตายได้อย่างมีความสุขโดยไม่ต้องเป็นประธานาธิบดี” แน่นอนว่า ตอนนี้ Biden ได้เปลี่ยนใจแล้วและกำลังจะได้เป็นประธานาธิบดีเข้าแล้วจริง ๆ ซึ่งเขากำลังจะทำลายสถิติเป็นประธานาธิบดีที่อายุมากที่สุด ณ วันที่เข้าพิธีสาบานตนเพื่อรับตำแหน่งช่วงเดือนมกราคม ปี 2021

เริ่มต้นแคมเปญท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดี

ในปี 2019 Joe Biden ประกาศท้าชิงตำแหน่งตัวแทนพรรคเดโมแครตกับ Bernie Sanders ผู้ที่เคยท้าชิงตำแหน่งนี้มาแล้วปี 2016 และพ่ายแพ้ให้กับ Hillary Clinton ช่วงเริ่มต้นของการแข่งขัน แสงไฟได้ถูกฉายไปยัง ม้ามืด 2 คนคือ Pete Buttigieg และ Amy Klobuchar แต่ให้หลังเพียงไม่กี่สัปดาห์ ทั้ง 2 คนต่างก็ถอนตัวและออกมาประกาศให้การรับรอง Biden รวมถึงตัวเต็งคนที่เหลือในสนามอย่าง Michael Bloomberg เศรษฐีเจ้าของธุรกิจสื่อก็ประกาศถอนตัว และรองรับ Biden เช่นกัน

พร้อมกันนั้นก็มีข่าวว่า อดีตประธานาธิบดี Barack Obama ได้พูดคุยกับ Buttigieg เพื่อให้ถอนตัวและให้การรับรอง Biden อดีตรองประธานาธิบดี 2 สมัยของเขา ซึ่งก็หมายความว่า Obama ออกโรงในระดับหนึ่งที่จะกรุยทางให้ Biden ได้เป็นตัวแทนพรรคเดโมแครตเพื่อท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจาก Trump

หากสำรวจแนวนโยบายของ Biden ที่ชูประเด็นเพื่อท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในคราวนี้ จุดขายสำคัญที่ชัดเจนคือ การพุ่งเป้าโจมตีไปที่เรื่องภาวะผู้นำของ Donald Trump ในยามที่ประเทศเผชิญกับวิกฤตการระบาดของโควิด-19 ซึ่ง Biden ชี้ว่า Trump ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง ทั้งในเรื่องประสิทธิภาพในการควบคุมโรคระบาด และการสื่อสารกับชาวอเมริกันเพื่อป้องกันการแพร่ระบาด มากไปกว่านั้น Biden จะสนับสนุนงบประมาณให้มีการตรวจเชื้อโควิดฟรีทั่วประเทศ เพราะในปัจจุบันคนอเมริกันบางส่วนไม่มีประกันสุขภาพจึงไม่กล้าไปตรวจเชื่อ และกลัวจะไม่มีเงินจ่ายค่าตรวจ ทำให้คนที่เป็นโรคบางส่วนไม่ได้รับการวินิจฉัยโรค

(อ่านต่อหน้าถัดไป)

The post 8 เรื่องที่คุณอาจยังไม่รู้ของประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนใหม่ Joe Biden appeared first on #beartai.