[รีวิว] The Craft Legacy วัยร้ายร่ายเวทย์ – สี่แหววพลังเฟมินิสต์ ผูกปมดีแต่สะดุดขาตัวเอง

WHAT THE FACT รีวิว The Craft Legacy

WHAT THE FACT รีวิว The Craft Legacy
ความสมเหตุสมผลของบทภาพยนตร์
4.5
คุณภาพงานสร้าง
6
คุณภาพนักแสดง
4
ความสนุกตามแนวหนัง
4
ความคุ้มค่าบัตรชมภาพยนตร์
4
คะแนนจากผู้อ่าน0 Votes
0
จุดเด่น
บทหนังพยายามดึงประเด็นความไม่เท่าเทียมทางเพศมาเป็นแนวทางในการดำเนินเรื่องซึ่งทำได้น่าสนใจในหลายจุด
จุดสังเกต
บทหนังมีช่องโหว่เยอะ ใส่ปมเยอะแต่คลายปมได้ไม่เคลียร์ซักปม
ตัวละครถูกนำเสนออย่างแข็งทื่อ และการแสดงก็เถรตรงไม่มีมิติใด ๆ เลยสักตัว
ความสัมพันธ์ของสี่แม่มด และ ที่มาของพลังไม่มีที่มาที่ไปหรือสร้างผลกระทบชัดเจนเหมือนหนังภาคแรก
ฉากไลฟ์โค๊ชของเดวิด ดูคอฟนี จะกลายเป็นซีนอัปยศส่งให้เขามีโอกาสได้เข้าชิงรางวัลนักแสดงสมทบชายยอดแย่ปีหน้า
4.5

สนับสนุนข้อมูลโดย Major Cineplex

ย้อนกลับไป 24 ปีก่อนฮอลลีวูดดูจะหมกมุ่นกับหนังบล็อกบัสเตอร์ที่ทุ่มทุนสร้าง เอฟเฟกต์ตระการตาและที่สำคัญคือเป็นปีที่มีหนังพลอตสร้างสรรค์หาแนวทางแปลกใหม่ตั้งแต่หนังไซไฟเอเลียนบุกโลกอย่าง The Independence Day ที่คนไทยรู้จักในนาม ID4 สงครามวันด้บโลกหรือปฐมบทหนังสปายขี้โม้อย่าง Mission Impossible ซึ่งในปี 1996 ก็มีหนังหลายเรื่องที่เป็นต้นธารของแฟรนไชส์หนังในปัจจุบัน

รวมถึง The Craft หรือชื่อไทยสี่แหววพลังแม่มดที่เอาพลอตหนังวัยรุ่นไฮสคูลมาผสมเรื่องลี้ลับเวทย์มนตร์จนได้เป็นหนังสยองขวัญแสดงนำโดย เนฟ แคมป์เบล ที่ได้ตำแหน่งราชินีหนังหวีดทันทีหลัง Scream ภาคแรกฉายปีเดียวกัน และหลัง 24 ปีผ่านไปไวเหมือนมีใครร่ายเวทย์ The Craft Legacy ภายใต้ยี่ห้อ Blum House ก็ได้ฤกษ์มาฉายในชื่อไทยที่ตัดอะไรแหวว ๆ ออกและตั้งชื่อเกร๋ ๆ ว่า วัยร้ายร่ายเวทย์

WHAT THE FACT รีวิว The Craft Legacy
เทียบรุ่น The Craft ปี 1996 (ภาพบน) กับ ปี 2020

โดยหนังจะเริ่มเรื่องที่ ลิลลี (เคลี สแปนี) ที่ต้องย้ายตาม เฮเลน (มิเชล โมนาแฮน) คุณแม่จิตแพทย์มายังบ้านของ อดัม (เดวิด ดูคอฟนี) ไลฟ์โค๊ชคนรักใหม่ของแม่และพ่อของ 3 หนุ่มที่ดูเป็นปฏิปักษ์กับเธอตั้งแต่วันแรกที่เจอและหลังจากต้องอับอายในห้องเรียนจากทิมมี (นิโคลาส แกลิตซีน)พี่ชายจอมเกเรในครอบครัวใหม่ของเธอ ลิลลีก็ได้พบมิตรภาพจาก 3 สาว ลอร์เดส (โซอี้ ลูน่า) แท็บบี (โลวี ซีโมน) และแฟรงกี (กิเดียน แอดลอน) และชวนลิลลีเป็นสมาชิกคนที่ 4 ของกลุ่มแม่มดของพวกเธอ

และหลังจากลิ้มรสอำนาจของมนตราทั้งเปลี่ยนนิสัย ทิมมี (นิโคลาส แกลิตซีน) พี่ชายบุญธรรมจอมเกเร หรือแม้กระทั่งสั่งสอนเพื่อนที่ชอบบูลลี พวกเธอก็หลงใช้มนตราจนกระทั่งมีคนที่ถึงแก่ชีวิตเพราะมนตร์ของพวกเธอ 4 แม่มดสาวจำต้องหาทางหยุดผลกระทบที่พวกเธอก่อขึ้นรวมถึงต้องสืบหาความจริงเบื้องหลังเรื่องเลวร้ายต่าง ๆ ก่อนจะสายเกินไป

ตัวอย่างหนัง The Craft ภาคแรก

ก่อนจะพูดถึงหนังภาคนี้ขอย้อนกลับไปที่หนังภาคแรกอย่าง The Craft ที่เล่าเรื่องโดยเอาปัญหาวัยรุ่ยในไฮสคูลมาเป็นปมทั้งการถูกผู้ชายเท รู้สึกต่ำต้อยในสังคม การถูกบูลลีหรือถูกมองเป็นตัวประหลาดเป็นปมให้ทั้ง 4 สาว ซาราห์ บอนนี แนนซี โรเชล ลุกขึ้นมาใช้ เวทย์มนตร์เป็นตัวต่อกรและสร้างตัวตนใหม่ทดแทนความต่ำต้อยในฐานะนักเรียนนอกคอกในโรงเรียนคาธอลิกที่เหมือน ปีเตอร์ ฟิลลาร์ดี เขียนขึ้นเพื่อวิพากษ์ปัญหาในสังคมไฮสคูลจนหนังโด่งดังและถูกอ้างอิงในวัฒนธรรมพอปเวลาต่อมา

สำหรับ The Craft Legacy ภาคต่อที่ไม่มีใครสนใจว่าสร้างเมื่อไหร่และข้อมูลใน IMDB ก็มีน้อยจนผิดวิสัยหนังฮอลลีวูด (ข้อมูลเทคนิกยังไม่บอกเลยว่าใช้กล้องหรือเลนส์อะไรถ่าย) และการรับรู้ของผู้ชมชาวไทยทั่วไปคือการเห็นตัวอย่างหนังในช่วงไม่เกิน 1 เดือนก่อนลงโรงฉายพร้อมพะยี่ห้อ Blum House สตูดิโอหนังสยองขวัญที่กำลังขึ้นมือกับการหยิบจับอะไรก็ฮิตและได้รับคำชม (ปนโดนด่าบ้างเล็กน้อย) มาเป็นหนังหน้าไฟ เอ้ย หน้าเสื่อการันตีนำเสนอหนังภาคต่อเรื่องนี้

WHAT THE FACT รีวิว The Craft Legacy
(l-r) Tabby (Lovie Simone), Lourdes (Zoey Luna), Lily (Cailee Spaeny), and Frankie (Gideon Adlon) Columbia Pictures’ THE CRAFT: LEGACY.

สิ่งที่เห็นชัดเจนในบทใหม่ของ โซอี ลิสเตอร์ โจนส์ ผู้กำกับหญิงที่มาจากสายการแสดงคือการพยายามพูดถึงการเมืองเรื่องเพศเป็นประเด็นสำคัญ ซึ่งข้อดีเลยคือบทหนังพยายามพา The Craft มาสู่การวิพากษ์ปัญหาเรื่องความขัดแย้งทางเพศ โดยแทรกมันทั้งสังคมปิตาธิปไตยในบ้านของอดัม พ่อใหม่จอมเฮียบ ทิมมี พี่ชายสุดเกเรที่บ่อนทำลายความมั่นใจในวัยสาวด้วยการล้อเรื่องประจำเดือน ถ้ายังชัดไม่พอบทยังให้อาชีพของอดัมเป็นนักเขียนหนังสือขายดีที่พูดถึงอำนาจของเพศชายจนได้เป็นไลฟ์โค๊ช “ปลุกความเป็นชายในตัวคุณ” จนเราแทบไม่ต้องตีความอะไรอีกแล้ว

แต่ปัญหาหลักคือบทหนังที่เหมือนไม่ได้คำนวนเอาไว้ว่าตัวเองมีกรอบเวลาในการเล่าเรื่องเท่าไหร่เลยทำให้หนังพลาดที่จะอธิบายประเด็นสำคัญโดยเฉพาะคำต่อท้ายชื่อหนังอย่าง Legacy หรือ มรดกที่เป็นหัวใจของเรื่องทั้งเรื่องราวในบ้านของอดัมที่จะช่วยอธิบายถึงความผิดปกติและไม่น่าไว้วางใจของผู้ชายคนนี้ที่คลั่งเรื่องระเบียบวินัยจนผิดมนุษย์ หรือตราประจำตระกูลที่โผล่มาท้ายเรื่องแล้วก็แทบไม่ได้อธิบายให้ชัดเจน ไปจนถึงปมใหญ่ยักษ์มากคือที่มาของพลังที่ทำให้ ลิลลี สามารถร่ายมนตร์และมีอำนาจต่อกรกับผู้ชายตัวใหญ่ ๆ ได้ก่อนจะรวมกลุ่มกับ 3 สาวที่เหลือ

และพอต้องอธิบาย โซอี ลิสเตอร์ โจนส์ ก็ดันลนลานกับการเล่าเรื่องจนเละเทะไปหมด เราเลยได้เห็นฉากฮา ๆ อย่าง เดวิด ดูคอฟนี ในบท อดัม กำลังไลฟ์โค๊ชเหล่าชายชาตรีได้อย่างทื่อและเถรตรงจนน่าจะได้รับ “เกลียด” ให้ชิงแรซซีอวอร์ดปีหน้า หรืออยู่ดี ๆ ลิลลี ก็ต้องไปพบความจริงสุดช็อก(มั้ยนะ ?) ในตอนท้ายเรื่องเพื่อแถให้มันเกี่ยวกับหนังภาคแรก (ซึ่งตัวอย่างหนังแอบสปอยล์ไปแล้วด้วย)

WHAT THE FACT รีวิว The Craft Legacy
ฉากลอยตัวด้วยการร่ายเวทย์เปรียบเทียบ 2 ภาค
WHAT THE FACT รีวิว The Craft Legacy
David Duchovny กับการแสดงที่มีลุ้นได้ชิงแรซซี่อวอร์ดปีหน้า

มิหนำซ้ำดูจบแล้วเราก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่า ตัวนำทั้ง ลิลลี ลอร์เดส แฟรงกี และ แท็บบี เป็นใครมีปมปัญหาอะไรบ้างตลอดจนความสัมพันธ์ที่หนังไม่ปูอะไรเลยนอกจากฉากร่ายเวทย์มนตร์ร่วมกัน ส่วนการรีเมกฉากที่อ้างอิงจากหนังภาคแรกที่เป็นการร่วมกันร่ายมนตร์แล้วเพื่อนลอยตัวได้หนังก็นำเสนอแบบผ่าน ๆ จนเหมือนไม่สำคัญ

ผลลัพธ์เลยกลายเป็นเราดูหนังที่พลอตอีรุงตุงนังแต่อธิบายอะไรไม่เคลียร์ซักอย่าง บทคิดจะยัดอะไรก็ใส่เข้ามาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยจนน่าเสียดายปมร่วมสมัยที่บทพยายามบอกเล่ารวมถึงการแสดงที่เหมือนนักแสดงทุกคนดูเป็นหุ่นเชิดไม่น่าจดจำและดูแข็งทื่อไปหมด ทั้งที่ืทำดี ๆ มันอาจพาหนังไปสู่การวิพากษ์อำนาจของเพศชายและการเมืองเรื่องเพศเหมือนที่มันตั้งใจไว้ สุดท้ายมันเลยกลายเป็นหนังภาคต่อคุณภาพลงสตรีมมิงที่ดันได้ฉายโรงเพราะขาดหนังฮอลลีวูดที่หนีตายไปฉายปีหน้ากันหมดแทน

The post [รีวิว] The Craft Legacy วัยร้ายร่ายเวทย์ – สี่แหววพลังเฟมินิสต์ ผูกปมดีแต่สะดุดขาตัวเอง appeared first on #beartai.