ออสการ์จะพิจารณาให้หนังที่ไม่ได้ฉายในโรง “มีสิทธิชิงรางวัล” ในปีนี้ เนื่องจากวิกฤติ COVID-19

OSCAR

สถาบันศิลปะและวิชาการทางภาพยนตร์ (Academy of Motion Picture Arts and Sciences) ได้ปรรับแต่งกฏการเข้าชิงรางวัลออสการ์เพื่อให้เข้ากับช่วงกฤติ COVID-19 ที่กำลังแพร่ระบาดที่สหรัฐอเมริกาในตอนนี้ได้ส่งผลทำให้โรงภาพยนตร์ต้องปิดตัวลงชั่วคราวเนื่องจากรัฐบาลรณรงค์ให้ผู้คนกักตัวอยู่บ้านเพื่อหลีกเลี่ยงการติดเชื้อ COVID-19

OSCAR

ในระหว่างการประชุมเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2020 ทางคณะกรรรมการได้อนุมัติให้มีการยกเลิกคุณสมบัติของภาพยนตร์ที่จะเข้าชิงรางวัลออสการ์ให้เข้าฉายเป็นระยะเวลา 7 วัน ในโรองาภพยนตร์ที่เขตนครลอสแอนเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา “เป็นการชั่วคราว”

ทั้งนี้ ภาพยนตร์จะเข้าชิงรางวัลออสการ์จะต้องได้รับการฉายในรูปแบบดิจิทัลแทน และจะต้องไม่ฉายในโรงภาพยนตร์แต่อย่างใด โดยมีข้อพิจารณา ดังนี้

  • ภาพยนตร์ที่ฉายทางบริการสตรีมมิงดังกล่าว จะต้องเคยมีแผนจะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์มาก่อนแล้ว
  • ภาพยนตร์ที่ฉายทางบริการสตรีมมิงดังกล่าว จะต้องได้รับกรฉายแพลตฟอร์ม  Academy Screening Room บนเว็บไซต์สำหรับสมาชิกเท่านั้น ภายใน 60 ที่ภาพยนตร์เรื่องนั้น ๆ ได้ฉายผ่านบริการสตรีมมิงหรือให้เช่าผ่านบริการ VOD (Video on Demand) 

นั่นหมายความว่า ไม่ใช่ภาพยนตร์ทุกเรื่องที่ฉายรอบพรีเมียร์ (รอบปฐมทัศน์) ผ่านทางบริการสตรีมมิงออนไล์ จะมีสิทธิ์ได้เข้าชิงรางวัลออสการ์

OSCAR

David Rubin (เดวิด รูบิน) ผู้ดำรตำแนห่งประธาน และ Dawn Hudson (ดอว์น ฮัดสัน) ผู้ดำรงตำแหน่งซีอีโอของสถาบันศิลปะและวิชาการทางภาพยนตร์ (Academy of Motion Picture Arts and Sciences)) ได้กล่าวว่า “ทางสถาบันเชื่อมั่นอย่างเต็มที่ว่า การชมภาพยนตร์ในโรงภาพยนตร์คือการทำให้ภาพยนตร์นั้น ๆ แสดงความมหัศจรรย์ออกมาได้มากที่สุด แต่การระบาดของ COVID-19 นั้น ทำให้ทางสภถาบันต้องยกเว้นสิทธิ์การเข้าชิงภาพยนตร์บางประการไว้เป็นการชั่วคราว

ทางสถาบันจะสนับสนุนเหล่าสมาชิกและผู้ร่วมวงการในช่วงวิกฤตินี้อย่างเต็มที่ เราทราบถึงความสำคัญของผลงานเหล่านั้นที่ผู้ชมคควรจะดูและชื่นชมมัน”

แต่ถึงกระนั้น เมื่อโรงภาพยนตร์ได้รับอนุญาตให้กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง ทางสถาบันก็จะกลับมาใช้กฏการฉายในโรงภายยนตร์เป็นระยะเวลา 7 วัน เช่นเดิม ส่วนภาพยนตร์ที่ได้ฉายผ่านทางบริการสตรีมมิงออนไลน์ไปแล้วนั้น ก็ไม่จำเป็นฉายในโรงาภาพยนตร์แต่อย่างใด และทางสถาบันจะขยายจำนวนโรงภาพยนตร์ที่ผ่านการรับรองคุณภาพจากทางสถาบันเพิ่มมากขึ้น ทั้งในนิวยอร์ก, เขต Bay Area (ซานฟราสซิสโก), ชิคาโก, ไมอามี และแอตแลนตา

OSCAR

นอกจากนี้ ทางสถาบันยังได้ประกาศการปรับเปลี่ยนในด้านอื่น ๆ อีก ไม่ว่าจะเป็น

  • ลดจำนวนสาขาการเข้าชิงลงให้เหลือ 23 สาขา โดยสาขา Sound Mixing (มิกซ์เสียง) ยอดเยี่ยม และ Sound Editing (ตัดต่อเสียง) ยอดเยี่ยม จะถูกผนวกรวมกันเป็นสาขา Sound ยอดเยี่ยม
  • สมาชิกทุกคนของสถาบันจะได้รับชิญให้ร่วมเป็นการลงคำแนนรอบแรกสำหรับการเข้าชิงสาขาภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยม โดยสมาชิกเหล่านั้นจะต้องผ่านเกณฑ์การชมภาพยนตร์ขั้นต่ำจึงจะมีสิทธิ์เข้าร่วมลงคะแนนได้ ฃ
  • ในสาขา Original Score (ดนตรีประกอบดั้งเดิม) ยอดเยี่ยม จะต้องมีดนตรีประกอบที่เป็นต้นฉบับจริง ๆ อยู่ในภาพยนตร์อย่างน้อย 60% และสำหรับภาพยนตร์ภาคต่อหรือแฟรนไชส์ก็จะต้องมีดนตรีใหม่อย่างน้อย 80%
  • ยกเลิกให้มีการชมในรูปแบบ DVD Screener สำหรับภาพยนตร์ที่เข้าชิงออสการ์ และห้ามการใช้ DVD Mailer ในปีหน้า
  • ขยายแพลตฟอร์ม Streaming Room สำหรับภาพยนตร์ที่เข้าสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และจะเริ่มสำหรับสาขาสารคดียอดเยี่ยม, แอนิเมชันยอดเยี่ยม และภาพยนตร์ขนาดสั้นยอดเยี่ยม ในอนาคต
  • ผู้จัดจำหน่ายภาพยนตร์จะต้องชำระเงินสำหรับภาพยนตร์ที่จะฉายผ่านทางแพลตฟอร์มของสถาบัน เป็นจำนวนเงิน 12,500 เหรียญ (ประมาณ 406,000 บาท) ต่อเรื่อง

ข้อมูลอ้างอิง : variety

แชร์โพสนี้



The post ออสการ์จะพิจารณาให้หนังที่ไม่ได้ฉายในโรง “มีสิทธิชิงรางวัล” ในปีนี้ เนื่องจากวิกฤติ COVID-19 appeared first on #beartai.