นักวิจัยเผย !! ฟัง 10 เพลงต่อไปนี้จะทำให้คุณแฮปปี้แน่นอน !!

มีงานวิจัยที่บ่งชี้ว่าการฟังเพลงนำพาความสุขมาให้แก่จิตใจและยังชี้ชัดลงไปอีกว่าเพลงไหนที่ทำให้แฮปปี้มีความสุขได้มากกว่าเพลงอื่น ๆ ซึ่ง Dr. Jacob Jolij  นักวิจัยทางด้านประสาทวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับการรับรู้ (cognitive neuroscience) ได้มาพร้อมข้อสรุปที่บ่งชี้ว่าองค์ประกอบอะไรในบทเพลงที่ทำให้เรามีความสุข ซึ่งประกอบไปด้วยปัจจัยอันหลากหลาย ทั้งในเรื่องของความเร็ว (Tempo) , ระดับความโลกสวยของเนื้อเพลง , คีย์เพลงว่าเป็นไมเนอร์หรือเมเจอร์ ซึ่งล้วนแล้วแต่มีอิทธิพลต่อความสุขของผู้ฟังทั้งนั้น ดังนั้น ดร.เจค็อบ ก็เลยจัดลิสต์เพลงมาให้เรา 10 บทเพลงที่จะทำให้เราแฮปปี้มีความสุข ซึ่งบอกเลยว่าแต่ละเพลงนั้น ฟังแล้วมันสุขใจจริง ๆ ลองไปพิสูจน์ด้วยตัวคุณเองเลยครับ !!

 

1. Don’t Stop Me Now (Queen)

 

 

หนึ่งในบทเพลงมาสเตอร์พีซของ Queen ที่ยังคงฮิตติดลมบนเหนือกาลเวลา เพลงนี้เคยติดอันดับ 3 ในลิสต์ 10 ที่สุดแห่งบทเพลงของ Queen ที่จัดอันดับโดย Rolling Stone เพลงนี้เป็นเพลงง่าย ๆ แต่ฟังแล้วได้อารมณ์ สุขสมไปด้วยพลัง จากเสียงร้องสูง ๆ ทรงพลังของเฟรดดี เมอร์คิวรี ที่บรรเลงเปียโนเคล้าไปกับเสียงดนตรีเปี่ยมเสน่ห์จากเพื่อน ๆ ร่วมวง ส่วนเนื้อหาของเพลงก็มีความหมายปลุกใจ ฟังแล้วรู้สึกมีไฟอยากลุกขึ้นไปทำอะไรดี ๆ ทันที

 

2. Dancing Queen (Abba)

 

 

เมื่อบทเพลงนี้ได้ถูกปล่อยออกมา ABBA ก็กลายเป็นวงดนตรีวงแรกของโลกที่มอบบทเพลงฮิตที่เป็นแนวยูโรพอป-ดิสโก้ให้แก่โลกใบนี้  “Dancing Queen” เป็นเพลงเดียวของ ABBA ที่ไต่ชาร์ตอันดับหนึ่งในอเมริกา และได้รับความนิยมอย่างสูงในหลายประเทศทั่วโลก (แน่นอนว่ามีประเทศไทยอยู่ในนั้นด้วย) นิตยสาร Rolling Stone ได้จัดอันดับให้ Dancing Queen เป็นเพลงอันดับที่ 174 ใน 500 บทเพลงที่ยอดเยี่ยมที่สุดตลอดกาล

 

3. Good Vibrations (The Beach Boys)

 

 

เพลงอารมณ์ดี ความหมายดีเพลงนี้ เกิดขึ้นจากไอเดียของไบรอัน วิลสันที่ได้แรงบันดาลใจมาจากถ้อยคำของแม่ในวัยเยาว์ที่บอกกับเขาว่าสุนัขเนี่ยมันจะรับรู้ถึง “แรงสั่นสะเทือน” ของคนได้ ดังนั้นถ้าใครมีแรงสั่นสะเทือน “ที่ไม่ดี” มันก็จะเห่าใส่  วิลสันก็เลยได้ไอเดียนี้มาเปรียบเปรยกับอารมณ์ของคนที่สามารถส่งผ่านถึงกันได้แม้ไม่ได้พูดอะไรเลย เพราะฉะนั้นเราก็ควรเข้าหากันด้วย “แรงสั่นสะเทือนดี ๆ” ชีวิตนี้จะได้มีความสุข ใช่มั้ยล่ะ

 

4. Uptown Girl (Billie Joel)

 

 

เพลงน่ารักอารมณ์สดใสเพลงนี้คือเพลงฮิตขึ้นชั้นคลาสสิกของบิลลี โจเอล ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากเพลง “Rag Doll” ของ Frankie Valli เพลงนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับ “downtown boy” ที่หวังสูงหาญกล้าไปจีบสาว “uptown girl”

มีเรื่องตลกเกี่ยวกับเพลงนี้อยู่นิดนึง ตรงที่เพลงนี้โจเอลตั้งใจแต่งให้กับแฟนสาวของเขาในตอนนั้นคือนางแบบสาว Elle Macpherson แต่ทว่า Christie Brinkley แม่สาว uptown girl ที่อยู่ใน MV เพลงนี้ดันกลายเป็นภรรยาของเขาในเวลาต่อมาซะนี่

 

5. Eye of the Tiger (Survivor)

 

 

“Eye of the Tiger” คือเพลงที่ฮิตที่สุดแล้วของวง Survivor (แน่นอนว่าหลายคนก็คงงงว่าแล้ววง Survivor นี้มีเพลงอะไรดังอีกบ้าง) เพลงนี้ฮิตขนาดที่ติดชาร์ตบิลบอร์ดในปี 1982 ยาวนานถึง 6 สัปดาห์ติด เนื้อหาของเพลงนี้พูดถึงคนที่พยายามฝึกฝนอย่างหนักเพื่อเอาชนะปัญหาและอุปสรรคไปให้ได้ เพลงนี้ยิ่งดังเข้าไปใหญ่เมื่อถูกใช้ประกอบฉากมองทาจซ้อมมวยในหนังเรื่อง Rocky III และจากนั้นมา Eye of the Tiger ก็กลายเป็นเพลงที่ใช้ในกีฬาต่อสู้ทั้งหลาย โดยเฉพาะกีฬาชกมวยที่เราได้ยินเพลงนี้บ่อยมากเวลาเปิดตัวนักมวย !! ฟังแล้วฮึกเหิมขนาดนี้จะไม่ให้แฮปปี้ได้ไง จริงมั้ยครับ

 

6. I’m a Believer (The Monkees)

 

 

เพลงฮิตจากวง The Monkees ที่ฟังกี่ทีก็สบายอารมณ์ดีจริง ๆ เพลงนี้ฮิตติดอันดับที่ 1 ในชาร์ต Hot 100 ของบิลบอร์ดในอเมริกาเป็นเวลากว่า  7 สัปดาห์ และกลายเป็นเพลงฮิตอันดับ 1 ของปี 1966 และเป็นบทเพลงที่มียอดขายสูงที่สุดในปี 1967 เป็นบทเพลงที่สะท้อนมุมมองของชายคนหนึ่งที่ไม่เชื่อในรัก (เพราะผิดหวังในรักมาโดยตลอด) จนกระทั่งได้พบกับผู้หญิงคนหนึ่งที่ตาตรึงใจ เขาจึงกลายเป็นผู้ที่เชื่อในรัก (I’m a Believer) ขึ้นมาในทันที

 

7. Girls Just Want Have Fun (Cyndi Lauper)

 

 

“Girls Just Want to Have Fun” เขียนขึ้นและบันทึกเสียงครั้งแรกในปี 1979 โดย Robert Hazard แต่มาดังเอาตอนที่ Cyndi Lauper มาร้องในปี 1983 เป็นซิงเกิลแรกที่ปล่อยออกมาในฐานะศิลปินเดี่ยวของเธอ และเป็นซิงเกิลเปิดตัวอัลบั้มแรกที่ชื่อว่า She’s So Unusual (1983)

“Girls Just Want to Have Fun” เวอร์ชันของ Lauper ได้รับความนิยมอย่างสูง มีการเปลี่ยนเนื้อเพลงให้เข้ากับมุมมองที่เปลี่ยนไปเพราะคราวนี้คนร้องเป็นผู้หญิงจึงทำให้เพลงนี้ได้รับการยกย่องให้เป็นบทเพลงเฟมินิสต์ไปในที่สุด และถูกนำไปคัฟเวอร์โดยศิลปินคนอื่น ๆ อีกกว่า 30 เวอร์ชัน !!

 

8. Livin’ on a Prayer (Bon Jovi)

 

 

อาจกล่าวได้ว่า “Livin’ on a Prayer” คือบทเพลงที่ได้รับความนิยมและประสบความสำเร็จที่สุดของ Bon Jovi ผลงานจากอัลบั้มชุดที่สามของวง Slippery When Wet ในปี 1986 เป็นบทเพลงที่เป็นลายเซ็นของวงอีกทั้งยังได้รับการโหวตสูงสุดจากแฟน ๆ และกลับมาฮิตติดชาร์ตหลายครั้งในรอบทศวรรษหลังจากที่เพลงนี้ถูกปล่อยออกมา นอกจากจะมีท่วงทำนองอันเร้าใจแล้ว เพลงนี้ยังมีเนื้อหาที่ให้กำลังใจสำหรับคนที่กำลังท้อแท้หมดหวังและกำลังใจในชีวิตอีกด้วย ซึ่งคำว่า Livin’ On A Prayer ก็หมายถึงการมีชีวิตอยู่ด้วยความหวังและศรัทธา ซึ่งแสดงออกผ่านการภาวนา (Pray) นั่นเอง

 

9. I Will Survive (Gloria Gaynor)

 

 

คงไม่ต้องบรรยายสรรพคุณอะไรมากนักสำหรับเพลงนี้ แค่อินโทรขึ้นมาก็เตรียมโยกแล้ว กับ “I Will Survive” บทเพลงดิสโก้จาก Gloria Gaynor ผู้ที่ขับร้องเพลงนี้จากอินเนอร์ส่วนตัวจริง ๆ เพราะในช่วงนั้นเธอประสบกับอุบัติเหตุหล่นลงมาจากเวทีจนหลังหัก และใช้เวลารักษาตัวในโรงพยาบาลเป็นเวลากว่า 6 เดือน ตอนที่บันทึกเสียงเพลงนี้ยังบล็อกหลังอยู่เลย เธอเลยรู้สึกกับคำว่า “I Will Survive” จริง ๆ และมันเป็นประสบการณ์ที่เป็นดั่งการตื่นขึ้นทางจิตวิญญาณของเธออย่างแท้จริง

 

10. Walking on Sunshine (Katrina & The Waves)

 

 

บทเพลงอารมณ์สดใสพาใจเบิกบาน เพลงฮิตที่สุดของ Katrina & the Waves จากอัลบั้มเปิดตัวในปี 1983 เพลงนี้ถูกนำไปคัฟเวอร์โดยศิลปินมากมายและถูกนำไปใช้ประกอบโฆษณาและภาพยนตร์หลายครั้ง Kimberley Rew พูดถึงความรู้สึกที่มีต่อเพลงฮิตเพลงนี้ของเธอไว้ว่า มันเหมือนกับเปิดประตูบ้านออกไปเจอกับดวงหางแล้วเกิดแรงบันดาลใจขึ้นมา เป็นบทเพลงง่าย ๆ สบาย ๆ ที่มองโลกสดใสพาจิตใจเบิกบานจริง ๆ

 

Source

Vogue

Genius.com

Wikipedia

แชร์โพสนี้



The post นักวิจัยเผย !! ฟัง 10 เพลงต่อไปนี้จะทำให้คุณแฮปปี้แน่นอน !! appeared first on #beartai.