สรุปรีวิว iPhone 12 และ iPhone 12 Pro จากสื่อต่างประเทศ หลังจากได้เครื่องไปเล่นกันแล้วมีข้อดี และข้อเสียอย่างไรบ้าง?

วันนี้ทีมงาน MacThai จะมาสรุปรีวิว iPhone 12 และ iPhone 12 Pro จากสื่อต่างประเทศอย่าง THEVERGE ว่าหลังจากที่เขาได้ iPhone 12 และ iPhone 12 Pro ไปเล่นแล้วมีข้อดี หรือข้อเสียอย่างไรบ้าง?

ดีไซน์

iPhone 12 และ iPhone 12 Pro ได้รับการดีไซน์แบบใหม่หมด จึงทำให้มีขนาดที่เล็ก บาง และเบากว่า iPhone 11 และ iPhone 11 Pro โดย Apple ได้เปลี่ยนไปใช้หน้าจอแบบแบน แทนหน้าจอแบบโค้งที่ถูกใช้งานมาตั้งแต่สมัย iPhone 6 ที่เปิดตัวไปตั้งแต่ปี 2014 เป็นระยะเวลากว่า 6 ปี จึงทำให้ iPhone 12 และ iPhone 12 Pro นั้นดูมีอะไรที่แปลกใหม่ แต่ก็ทำให้รู้สึกเหมือน Apple กำลังกลับไปใช้ดีไซน์สมัย iPhone 4 และ iPhone 5

หน้าจอ

iPhone 12 และ iPhone 12 Pro ได้รับหน้าจอ Super Retina XDR ( OLED ) ความละเอียด 2532 x 1170 ที่ 460 ppi แบบเดียวกัน จึงทำให้แสดงสีดำได้ดำสนิท และยังมีขอบจอที่บางลงกว่าหน้าจอ LCD บน iPhone 11 อีกด้วย แต่ก็ยังให้อัตรารีเฟรชเรทที่ 60Hz เท่าเดิม ยังไม่มี 120Hz มาบน iPhone 12 ทุกรุ่น โดยสมาร์ทโฟนทางฝั่ง Android ในราคาระดับนี้มักจะให้อัตรารีเฟรชเรทที่ 90Hz – 120Hz มาใช้งานกันแล้ว iPhone 12 ทุกรุ่นนั้นยังมาพร้อมกับรอยบากขนาดใหญ่เท่าเดิม

โดยหน้าจอ iPhone 12 Pro จะได้เปรียบกว่าในเรื่องของความสว่างสูงสุดทั่วไปที่ 800 นิต แต่ iPhone 12 จะได้แค่ 625 นิต แต่ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรเมื่อรับชมคอนเทนต์ในที่กลางแจ้ง และเมื่อรับชมคอนเทนต์แบบ HDR บน iPhone 12 และ iPhone 12 Pro ก็จะมีความสว่างสูงสุดที่ 1,200 นิต เท่ากัน

โดยรวมแล้วหน้าจอ OLED บน iPhone และ iPhone 12 Pro นั้นเป็นการปรับปรุงที่เห็นได้อย่างชัดเจน เพราะความคมชัดระดับ HDR ที่ดีขึ้น

MagSafe

ด้านหลังตัวเครื่อง iPhone 12 และ iPhone 12 Pro จะมีการฝั่งแม่เหล็กที่เรียกว่า MagSafe ซึ่งสามารถชาร์จไร้สายให้ iPhone 12 ทุกรุ่นได้สูงสุด 15 วัตต์ เมื่อใช้ MagSafe Changer และยังสามารถชาร์จให้ iPhone รุ่นเก่า และสมาร์ทโฟนยี่ห้ออื่นๆที่รองรับการชาร์จไร้สายได้สูงสุด 7.5 วัตต์ โดย Apple ยังได้บอกอีกว่าในอนาคตจะมีอุปกรณ์เสริม MagSafe จากบุคคลที่สามให้ได้ใช้กันอย่างแน่นอน

MagSafe นั้นอาจเปิดจุดเริ่มต้นของ iPhone ในอนาคตที่จะไม่มีพอร์ต Lightning และไม่มีพอร์ตอะไรเลย!

5G

เมื่อได้ทดสอบการใช้ 5G บน iPhone 12 และ iPhone 12 Pro ด้วย 5G แบบ Sub-6GHz ในบางครั้งกับพบว่าอาจมีความเร็วที่แตกต่างจาก 4G เพียงเล็กน้อย หรือในบ้างครั้งอาจเร็วกว่าถึง 2 เท่า แต่เมื่อทดสอบ 5G แบบ mmWave นั้นกับพบว่าทำความเร็วไปได้ถึง 2 Gbps เร็วกว่าจนน่าเหลือเชื่อ แต่การใช้งาน 5G แบบ mmWave กับพบว่าตัวเครื่อง iPhone 12 และ iPhone 12 Pro นั้นมีอาการตัวเครื่องอุ่นๆ และกินพลังงานเยอะกว่า 5G แบบ Sub-6GHz

ประสบการณ์การใช้ 5G ในแต่ละประเทศ และในแต่ละผู้ให้บริการเครือข่ายมือถืออาจมีความแตกต่างกันไป โดย iPhone 12 ทุกรุ่นที่ขายทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยจะรองรับกรใช้งาน 5G แบบ Sub-6GHz ส่วนเครื่องที่ขายในประเทศสหรัฐอเมริกาจะรองรับ 5G แบบ Sub-6GHz และ mmWave

กล้อง

iPhone 12 และ iPhone 12 Pro นั้นได้มีการปรับรูรับแสงให้กว้างขึ้นมากกว่า iPhone 11 จาก f/1.8 เป็น f/1.6 ซึ่งสามารถทำให้ iPhone 12 และ iPhone 12 Pro นั้น ถ่ายรูปในที่ที่มีสภาวะแสงน้อยได้ขึ้นกว่า iPhone 11 เพียงเล็กน้อย ไม่ได้เป็นการปรับปรุงครั้งยิ่งใหญ่ แต่ความแตกต่างส่วนใหญ่นั้นมาจากขุมพลัง A14 Bionic ที่ได้มาจากตัวซอฟแวร์ และการปลดล็อคความสามารถใหม่ๆจากโปรเซสเซอร์ที่เรียกว่า Smart HDR รุ่นที่ 3 ที่จะทำให้ทุกการประมลผลจบเพียงแค่หลังกล้องของ iPhone สิ่งที่ทำให้ iPhone 12 และ iPhone 12 Pro นั้นดีกว่า iPhone 11 คงจะเป็นในเรื่องของการรองรับ Night Mode และ Deep Fusion ในทุกเลนส์ แต่เลนส์ไวด์นั้นจะยังถ่ายได้ดีที่สุด ส่วนเลนส์อัลตร้าไวด์ และเลนส์เทเลโฟโต้ บน iPhone 12 และ iPhone 12 Pro นั้น จะเหมือน iPhone 11 และ iPhone 11 Pro ทุกอย่าง iPhone 12 Pro จะเหนือกว่า iPhone 12 ตรงที่มีการใส่ LiDAR เข้ามาจึงทำให้มีการเพิ่มฟีเจอร์ถ่ายภาพส่วนบุคคลในตอนกลางคืน โฟกัสได้เร็วยิ่งขึ้น เก็บรายละเอียดต่างๆได้ดีกว่า และทำให้ประสบการณ์การใช้ AR บน iPhone นั้นยิ่งดีขึ้น

บน iPhone 12 และ iPhone 12 Pro นั้นสามารถถ่ายวิดีโอ 4K HDR แบบ Dolby Vision ได้ โดยที่ iPhone 12 นั้นจะได้สูงสุดที่ 30 fps ส่วน iPhone 12 Pro จะได้สูงสุดที่ 60 fps โดยผลที่ได้หลังการทดสอบนั้นพบว่า iPhone 12 Pro นั้นสามารถถ่ายวิดีโอในที่ที่มีสภาวะแสงน้อยได้ดีกว่า iPhone 12 แต่ก็ไม่ได้แตกต่างไปกว่า iPhone 11 Pro หรือ iPhone 11 ไปสักเท่าไหร่

ประสิทธิภาพ

iPhone 12 และ iPhone 12 Pro นั้นได้ขุมพลังตัวใหม่อย่าง A14 Bionic ขนาด 5 นาโนเมตร ซึ่งเป็นโทรศัพท์เครื่องแรกของโลกที่มีชิพขนาด 5 นาโนเมตร ทำให้การทำงานในด้านต่างๆนั้นเร็วจนน่าเหลือเชื่อ แต่ก็มีคะแนนนำชิพ A13 Bionic ขนาด 7 นาโนเมตร ไปได้นิดหน่อย โดย iPhone 12 และ iPhone 12 Pro นั้นมาพร้อมกับระบบปฎิบัติการ iOS 14 เมื่อใช้งานคู่กับชิพ A14 Bionic จึงทำให้ตัว iPhone นั้นมีการทำงานในด้านต่างๆได้ดีกว่า iOS 13 ในปีที่แล้ว เพราะได้มีการแก้ไขบั๊คต่างๆบน iOS 13 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว iPhone 12 และ iPhone 12 นั้นยังคงมาพร้อมกับชิพ U1 เหมือน iPhone 11 และ iPhone 11 Pro เหมือนเดิมจึงทำให้การส่งข้อมูลต่างๆผ่าน AirDrop นั้นทำงานได้ดีกว่า iPhone ที่ไม่มีชิพ U1 โดยในอนาคตคาดว่า Apple น่าจะใช้ประโยชน์จากชิพ U1 ได้ในอีกหลายๆด้าน

iPhone 12 นั้นจะให้ RAM มา 4GB เท่ากับ iPhone 11 ส่วน iPhone 12 Pro จะให้ RAM มา 6GB มากกว่า iPhone 11 Pro ที่ให้ RAM มาแค่ 4GB

แบตเตอรี่

iPhone 12 และ iPhone 12 Pro นั้นสามารถใช้งานแบตเตอรี่ได้น้อยลงกว่า iPhone 11 และ iPhone 11 Pro อย่างเห็นได้ชัด ยิ่งถ้าเปิดใช้งาน 5G แบตเตอรี่ก็จะยิ่งหมดเร็วขึ้นไปอีก หรือนี้อาจเป็นสาเหตุที่ Apple ไม่ยอมใส่อัตรารีเฟรชเรทที่ 120Hz มาบน iPhone 12 ทุกรุ่น เพราะในตอนนี้ตัว 5G ก็กินพลังงานแบตเตอรี่มากขึ้น แต่ Apple ก็ได้ออก Smart Data มาให้ iPhone 12 ทุกรุ่น โดยตัว Smart Data นั้นจะสลับการใช้งานระหว่าง 5G และ 4G โดยอัตโนมัติ เมื่อเราจำเป็นต้องการใช้งานแบบเร็ว แรง ที่สุดตัวระบบก็จะเปิดการใช้งาน 5G ให้โดยอัตโนมัติ แต่เมื่อเราไม่จำเป็นต้องใช้งานความเร็ว แรงที่สุดตัวระบบก็ะปรับมาที่ 4G ให้อัตโนมัติ เพื่อเป็นการยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ให้ได้ยาวนานมากยิ่งขึ้น

สรุป

ที่มา – THEVERGE iPhone 12  และ THEVERGE iPhone 12 Pro

รูปภาพ – engadget

The post สรุปรีวิว iPhone 12 และ iPhone 12 Pro จากสื่อต่างประเทศ หลังจากได้เครื่องไปเล่นกันแล้วมีข้อดี และข้อเสียอย่างไรบ้าง? appeared first on Macthai.com.