รู้จัก DDR4 เมื่อ Mac เริ่มใช้แรม DDR4 แล้วมันมีประโยชน์อย่างไร

เร็ว ๆ นี้ MacBook Air และ Mac mini ที่เปิดตัวใหม่เริ่มใช้แรมมาตรฐาน DDR4 แล้ว ซึ่งชาว Mac ที่อยู่กับ DDR3 มานานอาจจะยังไม่รู้จักกับ DDR4 มากนัก วันนี้ทีมงาน MacThai จะมาแนะนำว่า DDR4 คืออะไร และต่างจาก DDR3 ยังไง

DDR4 SDRAM หรือ DDR4 มีชื่อเต็มคือ Double Data Rate Forth Generation เป็นมาตรฐานหนึ่งของระบบแรมบนคอมพิวเตอร์ที่พัฒนาต่อมาจากเทคโนโลยีรุ่นก่อน ๆ เพื่อให้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ในแต่ละส่วนตามทันกันและไม่มีส่วนใดเป็นคอขวดที่คอยถ่วงประสิทธิภาพโดยรวมของระบบ

มาตรฐาน DDR3 ก็ถูกพัฒนาออกมาสักระยะหนึ่งแล้ว และตัว DDR3 เองก็เริ่มไม่ตอบสนองต่อเทคโนโลยีปัจจุบัน DDR4 จึงมารับช่วงต่อของเทคโนโลยีแรมในยุคถัดไป และซีพียูยุคหลังก็รองรับมาตรฐานนี้กันอย่างแพร่หลาย

DDR4 ถูกสร้างขึ้นมาคนละแบบกับ DDR3 แม้ว่าชื่อจะคล้ายกันแต่ตัวระบบไม่มี backward compatible คือเราไม่สามารถนำแรม DDR3 มาเสียบที่สลอตของ DDR4 ได้ หรือจะนำแรม DDR4 ไปเสียบสลอตของ DDR3 ก็ทำไม่ได้เช่นกัน เพราะตัวแรม DDR4 กำหนดให้ใช้ไฟฟ้า 1.2 โวลต์ มี 288 PIN แตกต่างจาก DDR3 ที่ 1.5 โวลต์ และมี 240 PIN ซึ่งทำให้ตัวแรมต้องสร้าง “เขี้ยว” ในจุดที่แตกต่างกัน ป้องกันไม่ให้ผู้ใช้นำแรมคนละมาตรฐานไปเสียบสลอตของอีกมาตรฐานหนึ่งซึ่งอาจเกิดความเสียหายต่ออุปกรณ์ได้

มาถึงจุดแตกต่างถัดไปบ้าง คือด้านความเร็ว ตัวแรม DDR3 มีความเร็วเริ่มต้นของมาตรฐานที่ 800MT/s หรือ DDR3-800 จากนั้นก็จะมีมาตรฐาน DDR3-1066, DDR3-1333 ไปจนสูงสุดที่ DDR3-2133 (มีโมดูลที่ overclock ไปสูงกว่านั้น แต่ว่าไม่ใช่ตามมาตรฐาน) ในขณะที่ DDR4 เริ่มต้นที่ DDR4-1600 และมาตรฐานปัจจุบันรองรับสูงสุดที่ DDR4-3200

สำหรับกรณีของ Mac mini นั้น Apple เลือกใช้แรม DDR4-2666 หรือ DDR4 ที่ 2666.67MT/s นั่นเอง

MacBook Air จะต่างออกไปอีกเล็กน้อย คือตัวแรมของ MacBook Air จะใช้มาตรฐานที่เรียกว่า LPDDR4X ซึ่งเป็นมาตรฐานแรมประเภท Low-Power ที่ออกแบบมาสำหรับใช้งานกับอุปกรณ์พกพาโดยเฉพาะ ซึ่งแรมประเภทนี้กำหนดให้ใช้ไฟฟ้าเพียง 0.6 โวลต์เท่านั้น

เมื่อมีข้อดีก็ต้องมีสิ่งที่ต้องแลกเปลี่ยน เพราะว่าแรม DDR4 จะมี latency ในการเริ่มอ่านข้อมูล (initiate a read) สูงกว่า DDR3 เช่น DDR3-1600 CL10 จะอยู่ที่ 12.5 นาโนวินาที กับแบนด์วิดท์ 12.8GB/s ในขณะที่ DDR4-2666 CL17 อยู่ที่ 12.75 นาโนวินาที กับแบนด์วิดท์ 21.3GB/s ซึ่งจริง ๆ แล้ว latency ที่เพิ่มขึ้นนั้นนับว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับความเร็วที่เราจะได้เพิ่มขึ้น

จากผลการทดสอบคร่าว ๆ ของ Best 7 Reviews ก็พบว่าจริง ๆ แล้ว DDR4 ก็มีประสิทธิภาพสูงกว่า DDR3 เมื่อทดสอบกับแอพพลิเคชั่นที่ใช้งานเมมโมรี่เยอะ ๆ ที่เริ่มเห็นความต่างก็มี เกม, Adobe Premier CC, AutoCAD หรือแม้กระทั่ง Google Chrome (ในงานบางอย่าง) แต่ค่าที่เพิ่มขึ้นสูงนี้ก็ไม่ได้มีนัยสำคัญมากนัก และถ้าเป็นโปรแกรมธรรมดาอย่างโปรแกรมเอกสาร, ฟังเพลง หรืองานทั่ว ๆ ไปยังไม่เห็นความแตกต่างที่ชัดเจนมาก

หมายความว่า DDR4 จะใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพกับการอ่านไฟล์ขนาดใหญ่ ๆ มากกว่าไฟล์ขนาดเล็ก ๆ และแน่นอนว่าในอนาคตไฟล์ต้องใหญ่ขึ้น ความเร็วที่เพิ่มขึ้นมากจึงสำคัญกว่า latency ที่สูงขึ้นเล็กน้อย

จริง ๆ แล้วการออกแบบ DDR4 มาทดแทน DDR3 และถือเป็นข้อสำคัญ คือแรม DDR3 ใส่ความจุสูงสุดต่อสลอตได้เพียง 8-16GB ซึ่งเมื่อคอมพิวเตอร์ต้องใช้แรมมากขึ้น การเพิ่มสลอตเสียบแรมเพื่อรองรับแรมที่มากขึ้นก็ดูจะไม่ใช่ทางที่ถูกต้องนัก DDR4 ที่มาทำลายข้อจำกัดนี้จึงเป็นมาตรฐานในอนาคต

อีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้แรม DDR4 ได้เปรียบ DDR3 ก็คือเรื่องการประหยัดพลังงาน ซึ่ง DDR4 ที่ใช้ไฟแรงดันต่ำกว่ากว่า DDR3 ที่ 0.3 โวลต์ และแปลงเป็นกำลังก็จะอยู่ที่ 15 วัตต์ อาจจะดูไม่เยอะสำหรับคอมพิวเตอร์ที่บ้าน แต่ลองนึกถึงศูนย์ข้อมูลที่ใช้งานเซิร์ฟเวอร์จำนวนเป็นฟาร์มที่มีโมดูลเล็ก ๆ เหล่านี้จำนวนมากว่าจะประหยัดไฟและลดความร้อนที่เกิดขึ้นภายในตัวแรมได้เท่าไร รวมถึงการใช้ไฟที่ต่ำกว่าก็ส่งผลให้ส่งผลให้ระบบเสถียรกว่าด้วย

เท่ากับว่า โดยรวมแล้ว DDR4 ไม่ได้เป็นมาตรฐานที่จะเห็นผลด้านความเร็วแบบทันที แต่ออกแบบมาเพื่ออนาคตมากกว่า เพราะมาตรฐานนี้สามารถขยายขอบเขตการพัฒนาได้อีกมาก

แรม DDR4 จะเร็วได้เท่าซีพียูรุ่นไหน ?

ข้อนี้เราไม่สามารถเปรียบเทียบตรง ๆ ได้ เพราะว่าหน้าที่ของแรมและซีพียูแตกต่างกัน เพราะโดยปกติแล้วคอมพิวเตอร์จะมีหน่วยหลักที่เอาไว้ใช้ประมวลผลนั้นคือซีพียู และมีหน่วยที่พักข้อมูลเป็นชั้น ๆ หลายชั้น

อธิบายความแตกต่างได้ด้วยเหตุการณ์ง่าย ๆ (ขอละส่วนอื่น ๆ เอาไว้เพื่อความง่ายในการอธิบาย) คือ A + B สมมติว่าเรามีค่า A และ B อยู่แล้วในแรม งานที่แรมจะทำคือการนำค่า A และ B ออกมาและส่งให้ซีพียู ส่วนซีพียูก็มีหน้าที่บวกสองค่านี้เข้าด้วยกันเป็นผลลัพธ์

แนวคิดของการมีหน่วยพักข้อมูล เนื่องจากซีพียูมักจะเรียกข้อมูลเดิม ๆ ซ้ำ ๆ อยู่บ่อยครั้ง ซึ่งทุกครั้งหากซีพียูเรียกข้อมูลไปถึงดิสก์จะช้ามาก จึงเกิดเป็นหน่วยความจำสำรองที่เอาไว้ใช้พักข้อมูลที่เรียกใช้บ่อย ๆ เป็นชั้น ๆ ลงมา ตั้งแต่แคช (แคชก็จะมีชั้นภายในอีก เช่น L1, L2 เป็นต้น), แรม, ดิสก์

การเรียงลำดับด้านบนนี้ คือแคชจะไวกว่าแรม ส่วนแรมจะไวกว่าดิสก์​ และแน่นอนว่ายิ่งไวราคาก็ยิ่งแพง ซึ่งเราก็มีข้อมูลที่เรียกบ่อยจริง ๆ อยู่เพียงไม่เท่าไร จึงเกิดเป็นเหตุผลที่ว่าหน่วยความจำชั้นบน ๆ ที่ทำงานไว ๆ จึงไม่จำเป็นต้องมีพื้นที่มาก ๆ เพราะแพงเกินความจำเป็น (ยกตัวอย่างง่าย ๆ คือแรมที่มาตรฐานปัจจุบันมีขนาดราว 16-32GB ในขณะที่ SSD ขั้นต่ำก็ต้อง 128GB แล้ว)

ด้วยเหตุผลที่อธิบายไปข้างต้นว่า DDR4 ไม่ได้เร็วกว่า DDR3 อย่างมีนัยสำคัญ ในขณะที่ปัจจัยอื่น ๆ เช่น ความจุของแรม, ความเร็วซีพียู และอื่น ๆ เป็นปัจจัยที่เห็นผลชัดเจนกว่า ดังนั้นถ้าจะเลือกซื้อ Mac สักเครื่องจริง ๆ ณ ตอนนี้ DDR4 หรือ DDR3 ก็ไม่ได้เป็นปัจจัยจำเป็นที่ต้องนำมาคำนึงถึงมากนัก (คือถ้าได้ DDR4 ก็ดีไป แต่ถ้าไม่ได้ก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องกังวล)

เรียบเรียงโดย
ทีมงาน MacThai

ข้อมูลบางส่วนจาก PC Gamer, Tom’s Hardware, Best 7 Reviews

ภาพประกอบบางส่วนจาก Flaticon

The post รู้จัก DDR4 เมื่อ Mac เริ่มใช้แรม DDR4 แล้วมันมีประโยชน์อย่างไร appeared first on Macthai.com.