รีวิว iPhone 11, iPhone 11 Pro Max สีเขียวใหม่, ราคาถูกลง, กล้องมุมกว้าง, Night Mode, เสป็ค ราคา

Apple เปิดตัว iPhone ใหม่เป็นประจำทุกปี ปีนี้ก็เช่นเดิมไม่เปลี่ยนแปลง เราตื่นเต้นกับกล้องใหม่ ซีพียูใหม่ หลายคนเริ่มเดาเกมของ iPhone ออก แต่สิ่งที่หลายคนเดาไว้และดันมาถูกต้องก็คือปีนี้ Apple ลดราคา iPhone ลงมาถึงรุ่นละประมาณ 5,000 บาท ทำให้ iPhone ในปีนี้ ราคาเริ่มต้นที่ 24,900 บาทเท่านั้น

iPhone 11 คือร่างใหม่ของ iPhone XR มันมาพร้อมกับขนาดเท่าเดิม วัสดุเดิม แต่มาพร้อมกับสีใหม่ที่แปลกตาอย่าง เขียวและม่วง ซึ่งเราจะมารีวิวกันในวันนี้ด้วย ส่วน iPhone 11 Pro เป็นครั้งแรกที่ Apple ใส่คำว่า Pro มาใน iPhone แต่กลับมีฟีเจอร์ต่างกับ iPhone 11 แบบไม่โปรเพียงแค่กล้อง 1 ตัว และหน้าจอแบบ OLED ที่ Apple เรียกว่า Super Retina XDR เท่านั้น

 

Screen Shot 2562-09-28 at 03.44.56

อย่างไรก็ตาม 11 Pro และ 11 Pro Max มาพร้อมกับวัสดุแบบใหม่คือกระจกผิวด้าน เมื่อจับแล้วให้ความรู้สึกแปลกมือและสวยงามอย่างไม่คุ้นชิน จะเป็นอลูมิเนียมก็ไม่ใช่ จะเป็นกระจกมัน ๆ ก็ไม่เชิง เป็นอีกหนึ่งใน Design ของ iPhone ที่น่าจับตามอง

วันนี้ ทีมงาน MacThai จะนำเอา iPhone 11 และ iPhone 11 Pro Max มาให้ทุกคนเห็นกันเต็ม ๆ ตาว่า สีใหม่คือสี “Midnight Green” และ “Green” นั้น เป็นอย่างไรบ้าง รวมถึงอะไรกันแน่ที่ทำให้ iPhone 11 Pro สมควรได้รับคำว่า Pro

แกะกล่องรีวิว iPhone 11 และ iPhone 11 Pro Max ยลโฉมสองสีใหม่สุดแปลกตา

เริ่มต้นพิธีการด้วยการแกะนำ iPhone 11 และ iPhone 11 Pro ออกมาจากกล่อง

  • iPhone 11 ยังคงดีไซน์เดิม และมีกล้อง 2 ตัวด้านหลัง ซึ่งเราจะเล่าทีหลังว่ามันทำอะไรได้บ้างกันแน่
  • iPhone 11 Pro, Pro Max วัสดุเป็นแบบอลูมิเนียมเช่นเดิมแต่มาพร้อมกับกระจกแบบด้าน
  • ทั้งคู่มีการปรับโลโก้ของ Apple ให้มาอยู่กึ่งกลาง ตัดคำว่า iPhone ด้านหลังออก

ลองร่ายเสป็คคร่าว ๆ ของ iPhone ทั้ง 3 รุ่น

  • iPhone 11, Phone 11 Pro และ 11 Pro Max ใช้ CPU แบบ A13 Bionic ซึ่งเร็วที่สุดในตลาดตอนนี้เหมือนกัน
  • iPhone 11 มาพร้อมกับหน้าจอแบบ Liquid Retina display แบบเดียวกับบน iPhone XR
  • iPhone 11 Pro และ 11 Pro Max มาพร้อมหน้าจอ Super Retina XDR ซึ่ง Apple บอกว่าเป็นการนำเทคโนโลยีของจอภาพ XDR ที่พัฒนามาใช้กับ Mac Pro รุ่นใหม่ ให้มาอยู่ใน iPhone ทำให้ได้ความคมชัดและ Contrast หน้าจอที่ดีมาก ๆ
  • ขนาดหน้าจอเทียบเท่า iPhone XR (6.1 นิ้ว), iPhone XS (5.8 นิ้ว) และ iPhone XS Max (6.5 นิ้ว) ตามลำดับ ไม่เปลี่ยนแปลง
  • กล้องบน iPhone 11 มีเพียง 2 ตัว และกล้องบน 11 Pro และ 11 Pro Max มี 3 ตัว

iphone-11-review-2iphone-11-review-3

สิ่งที่ต้องรู้ไว้เลยก็คือ iPhone ทั้งสองรุ่นมีความสามารถการทำ Fast Charge หรือชาร์จแบบเร็ว แต่ Apple เลือกที่จะแถม Adapter แบบ USB-C ซึ่งเป็น Fast Charge มาให้เฉพาะกับ iPhone รุ่น Pro เท่านั้น ใครที่ไม่ได้ซื้อ iPhone 11 Pro, Pro Max แล้วอยากชาร์จไว ต้องไปซื้อเพิ่มเอง

สิ่งที่ให้มาในกล่องไม่มีอะไรมาก Apple เลิกแถม Adapter Lightning to 3.5 แล้ว ที่เหลือก็จะเดิม ๆ คู่มือการใช้, สติกเกอร์ Apple, ที่ถอดซิม, หัวชาร์จและสายชาร์จ

iphone-11-review-4

ชมกันชัด ๆ กับ Design ภายนอกของ iPhone ใหม่ทั้งสองรุ่น และกล้องชานมไข่มุก

กล้องชานมไข่มุก คือสิ่งที่หลายคนเรียก iPhone 11 และ iPhone 11 Pro, Pro Max ถ้าไม่นับดีไซน์ที่แปลกตาของมัน จะบอกว่ากล้องแบบนี้มีข้อดีถึง 2 ข้อได้แก่

  • เวลาวางบนโต๊ะไม่งอกแงกแล้ว (เย้) เพราะตัวกล้องบางลงอย่างเห็นได้ชัด
  • สำหรับ iPhone 11 Pro, Pro Max สาเหตุที่จัดเรียงกล้องแบบนี้ก็เพราะว่า เวลาที่สลับไปมาระหว่างเลนส์ เราจะได้องศาที่ไม่ต่างจากเดิมมาก ทำให้เราสามารถถ่ายภาพหรือวิดีโอโดยใช้เลนส์หลายตัวได้สมูทขึ้นนั่นเอง

ดังนั้น น้องชานมไข่มุกนี้มีประโยชน์มากกว่าที่เห็นนะ

iphone-11-review-9

ส่วนเรื่องสีและวัสดุ ข้อสังเกตสำคัญ ๆ ที่สัมผัสได้ก็ได้แก่

  • iPhone 11 ใช่วัสดุแบบเดียวกับ iPhone XR แต่มีน้ำหนักเบากว่าอย่างสัมผัสได้ ในส่วนบริเวณกล้องจะใช้กระจกด้านแบบที่ทำ iPhone 11 Pro, Pro Max
  • iPhone 11 Pro, Pro Max ด้านหลังใช้กระจกแบบด้านที่ให้ความรู้สึกเหมือนไม่เป็นกระจก แต่เป็นอลูมิเนียมคล้าย ๆ กับ iPod Touch ตัว Gen 5 มากกว่า เมื่อรวมกับวัสดุกรอบข้างที่เป็นสแตนเลส ทำให้ได้สัมผัสที่ใหม่มาก ๆ
  • สี Midnight Green ของ iPhone 11 Pro, Pro Max สวยมาก เหมือนจะเป็นสีดำแต่ออกเขียว ๆ แนว Military หน่อย เท่ แปลกตา

iphone-11-review-6iphone-11-review-5

เมื่อลองเทียบความหนาระหว่าง iPhone 11 Pro Max และ iPhone 11 จะพบว่าตัว Pro Max บางกว่า iPhone 11 ด้วยซ้ำ ซึ่ง iPhone 11 Pro ตัวจอเล็กก็จะยิ่งบางกว่า ตรงนี้ใครที่ใช้ iPhone XR และ iPhone XS อยู่แล้วก็อาจจะไม่แปลกใจมาก

iphone-11-review-10

กล้อง แทบจะสิ่งเดียวที่เป็นจุดขายของ iPhone ทั้งสองรุ่น

ถ้าไม่นับหน้าจอ ซึ่งทุกคนต้องมองอยู่แล้วไม่ต้องพยายามไปค้นหาสิ่งใหม่ ก็จะมีกล้องซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่เพิ่มเข้ามาใหม่ ต้องบอกก่อนว่า กล้องบน iPhone 11, 11 Pro, 11 Pro Max ในแง่ของความคมชัด และความสามารถ เหมือนกันทุกประการ เพียงแต่ iPhone 11 ธรรมดาไม่มีกล้องแบบ Telephoto

  • กล้องหน้าและหลังถ่ายวิดีโอแบบ 4K ได้ 60 FPS
  • กล้องหน้าและหลังรองรับการถ่ายวิดีโอแบบ 4K
  • ทั้งคู่รองรับความสามารถ แบบ Night Mode, Superwide, สลับกล้องไปมาแบบแนบเนียน
  • รองรับการถ่ายภาพแบบ Portrait ถ่ายคนได้ ถ่ายวัตถุได้ ถ่ายได้ทุกอย่างแล้ว
  • iPhone 11 ถ่ายภาพระยะไกลไม่ได้ เท่านั้น 

อีกหนึ่งคำถามที่หลายคนสงสัยก็คือถ่ายภาพแบบ Superwide + Night Mode ได้ไหม ตรงนี้ต้องบอกว่า ยังไม่ได้นะจ้ะ 

iphone-11-review-13

ดังนั้น ในรีวิวนี้เราจะเน้นไปที่ภาพถ่ายจาก iPhone 11 Pro Max กัน เนื่องจากกล้องของ iPhone ทั้งสามรุ่นเป็นกล้องตัวเดียวกัน ใครที่จะซื้อ iPhone 11 แค่จำไว้ว่าเราจะถ่ายภาพแบบ Telephoto ไม่ได้เท่านั้น

camera_4

  • ด้านบนคือภาพถ่ายแบบระยะเดียวกันแต่สลับเลนส์คนละตัว ได้แก่ Superwide, Wide และ Telephoto ตามลำดับ จะเห็นว่ามีระยะที่แตกต่างกันเยอะพอสมควร
  • กล้องความสามารถ Night Mode น่าประทับใจมาก สามารถถ่ายภาพในที่แสงน้อยได้ออกมามีรายละเอียดต่าง ๆ ได้ดี อาจจะไม่ได้ชัดแบบเปิดไฟ แต่สิ่งที่เจ๋งก็คือรายละเอียดของภาพ ลองสังเกตตัวหนังสือในภาพดู เราจะพบว่ากล้อง Night Mode บางตัวถ่ายได้สว่างจริง แต่รายละเอียดภาพจะหายไป

camera_1

  • ตัวกล้องมุมกว้างหรือ Superwide ให้มุมภาพที่แปลกตา ทีมงานลองนำมาถ่ายรูปอาหารดูก็พบว่า ถ่ายออกมาแล้วดูอลังมาก เหมาะสำหรับเอามาใช้ถ่ายภาพได้หลายรูปแบบ

camera_2

  • ส่วนกล้องแบบกลางคืน (ที่ไม่ใช่ Night Mode) ก็ทำงานได้ดีมาก ๆ เช่นกัน สามารถเก็บรายละเอียดต่าง ๆ ได้ดี เมื่อนำมารวมกับมุมมองของภาพที่กว้างขึ้นของ Superwide Camera แล้ว ทำให้ได้ภาพที่แปลกตาไม่เหมือนถ่ายจาก iPhone

camera_3

สามารถชมความสามารถในการถ่ายภาพกลางคืนของ iPhone 11 ได้ผ่านคลิปจาก Mango Zero

 

ประสบการณ์การใช้ 1 อาทิตย์เต็ม แบตทนไหม ลื่นมือหรือเปล่า

จากที่ได้ลองใช้งาน iPhone 11 Pro Max มาเป็นเวลา 1 อาทิตย์เต็ม ๆ ก็ทำให้ได้ข้อสังเกตสำคัญ ๆ หลายอย่าง

  • กล้อง Superwide ใช้ประโยชน์ได้เยอะมาก ส่วนมากจะเป็นการเพิ่มมุมกล้องใหม่ ๆ ที่เราไม่คุ้นชิน ทำให้เวลาอัพขึ้น Instagram อาจจะสัมผัสได้ถึงความแตกต่าง
  • ฟีเจอร์ที่มาใหม่แต่ได้ใช้งานน้อยที่สุดคือ Slowfie หรือการนำกล้องหน้ามาถ่ายวิดีโอแบบ Slow-motion ซึ่งไม่รู้ว่าจะเอาไปทำอะไรดี
  • การตัด 3D Touch ออกไม่ได้ช่วยให้ลำบากขนาดนั้น ถ้าใครที่มาจาก iPhone XR แต่ใครที่มาจาก iPhone ที่มี เช่น 8, X, XS อาจะจหงุดหงิดเล็กน้อย
  • สัมผัสของ iPhone 11 Pro Max นั้นไม่ลื่นมือเนื่องจากกรอบด้านข้างเป็นสแตนเลสอยู่แล้ว แต่เพื่อความชัวร์ นำเคสมาใส่ดีกว่า ซึ่งเคสของ Apple นั้นปิดด้านหลังหมดเลย ถ้าไม่เห็นลักษณะของกล้องและสีก็อาจจะไม่รู้ว่าเป็น iPhone รุ่นใหม่
  • แบตของ iPhone 11 Pro Max อึดมาก ซึ่งตรงนี้สำหรับ iPhone รุ่นใหม่ ๆ จะไม่ค่อยมีปัญหาอยู่แล้ว แต่ใครที่ย้ายมาจาก iPhone 6, 7, 8 อาจจะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงแน่ ๆ

 

iphone-11-review-14

iphone-11-review-12

ราคาเท่าไหร่ เปิดขายวันไหน ซื้อได้ที่ไหนบ้าง

สำหรับราคาของ iPhone 11 และ 11 Pro, Pro Max นั้น

  • iPhone 11 เริ่มที่ 24,900 บาท
  • iPhone 11 Pro เริ่มที่ 35,900 บาท
  • iPhone 11 Pro Max เริ่มที่ 39,900 บาท

ทั้งนี้ในส่วนของราคาที่แจ้งขั้นต้น เป็นราคารุ่นความจุน้อยที่สุด ซึ่งราคาของรุ่นความจุอื่น ๆ ต้องรอประกาศอย่างเป็นทางการอีกครั้ง โดยจะเปิดขายอย่างเป็นทางการวันที่ 18 ตุลาคมนี้ และเปิดจองวันที่ 11 ตุลาคม พร้อมกัน ที่ Apple Online Store และ Apple Iconsiam เช่นเดิม

สำหรับโปรโมชั่นจากค่ายมือถือ หรือการซื้อเครื่องพร้อมแพกเกจซึ่งปกติเราจะได้ส่วนลดจากค่าเครื่องไปอีก สามารถติดตามได้จากเว็บไซต์ ทรูมูฟ เอช

Screen Shot 2562-09-28 at 04.03.09

 

The post รีวิว iPhone 11, iPhone 11 Pro Max สีเขียวใหม่, ราคาถูกลง, กล้องมุมกว้าง, Night Mode, เสป็ค ราคา appeared first on Macthai.com.