รู้หรือไม่? Sony เคยปฏิเสธสิทธิ์ตัวละครทีม Avengers แบบเหมาเข่งจาก Marvel ด้วยราคาถูกแสนถูกที่กี่ล้านเหรียญฯ

Marvel Avengers

ดังเช่นการลงทุนเก็งกำไรทุกสินทรัพย์ทุกอย่างบนโลกใบนี้ ที่พอกาลเวลาเปลี่ยน บางอย่างที่มีค่ากลับไร้ค่า บางอย่างที่ดูไม่มีค่ากลับราคาแพงลิบและทรงคุณค่าขึ้นมาต่างกันราวฟ้ากับเหว สินทรัพย์อีกชนิดหนึ่งในโลกภาพยนตร์ที่มีการกล่าวถึงกันอยู่บ่อย ๆ และก็ขอยกมาเล่ากันในวันนี้อีกสักรอบ นั่นคือ สิทธิ์ในการสร้างหนังจากตัวละครของ Marvel Studios ที่วันนี้กลายเป็นแฟรนไชส์หนังที่ทำรายได้มากที่สุดในโลก และทำให้ค่าย Disney มีของตายว่าจะมีหนังที่ทำกำไรไม่เฉียดก็ทะลุพันล้านแน่ ๆ มาให้อุ่นใจทุกปี ในตอนนั้น Sony ตัดสินใจซื้อสิทธิ์แบบขอไปทีในราคาที่ยิ่งกว่าเศษเงิน

แต่ถ้าย้อนไปในปี 1998 ที่การสร้างหนังซูเปอร์ฮีโรในเวลานั้นคือ หนังประเภทท้าย ๆ ที่ฮอลลีวูดคิดจะสร้าง เพราะในยุค 80s-90s ไม่มีหนังแนวนี้นอกจากหนังจักรวาลดีซีที่ประสบความสำเร็จเป็นชิ้นเป็นอัน (และถ้าจะว่าหนังจากดีซีที่ประสบความสำเร็จก็มีแค่ Batman (1989) และ Batman Returns (1992) ก่อนที่จะมาตกม้าตายในยุค 90s กับ Batman Forever (1995) และ Batman & Robin (1997)) แตกต่างจากฝั่งมาร์เวลที่ลุ่ม ๆ ดอน ๆ ในตลอดสองทศวรรษนั้น หนัง Howard the Duck (1986) และหนังที่ถูกส่งตรงลงโฮมวิดีโออย่าง The Punisher (1989), Captain America (1990) และ The Fantastic Four (1994) คือหายนะที่่ทำให้ไม่มีใครอยากหยิบหนังของมาร์เวลไปสร้าง

Howard the Duck (1986)
Captain America (1990)
The Fantastic Four (1994)

รายงานข่าวย้อนอดีตชิ้นนี้ปรากฎอยู่ในหนังสือ The Big Picture: The Fight for the Future of Movies เล่าว่า ในปี 1998 มาร์เวลกำลังประสบปัญหาการเงินอย่างมากจนอยากขายทรัพย์สินทุกอย่างที่มีอยู่ในมือให้มากที่สุดเพื่อประคองบริษัทหลังประกาศเข้าสู่ภาวะล้มละลาย 2 ปีก่อนหน้านั้น Yair Landau ผู้บริหารของ Sony Pictures ในตอนนั้นกำลังอยากได้สิทธิ์สร้างหนังของสไปเดอร์แมนอยู่พอดี แต่ CEO ของมาร์เวลในเวลานั้นอย่าง Ike Perlmutter บอกกลับว่า ไม่อยากขายสิทธิ์ตัวละครแค่ตัวเดียว เพราะอยากเสนอขายสิทธิ์แบบเหมาเข่งเกือบทุกตัวละครดังให้กับ Sony ไปเลย ทั้งไอรอนออนแมน, ธอร์, แบล็ค แพนเธอร์ และแอนท์แมน ราคารวมเพียงแค่ 25 ล้านเหรียญฯ เท่านั้น ซึ่งถ้าเทียบกันในยุค 12 ปีที่ผ่านมา เงินจำนวนนี้ยังไม่ได้ค่าตัวของนักแสดงนำบางคนด้วยซ้ำ

เมื่อ Landau เอาข้อเสนอนี้ไปถามทีมบริหารของ Sony ในเวลานั้นว่าสนใจหรือไม่ ผู้บริหารระดับสูงหลายคนต่างตอบกลับอย่างรวดเร็วว่า “ไม่มีใครสนใจตัวละครของมาร์เวลที่เหลือหรอก คุณกลับไปซื้อมาแค่สไปเดอร์แมนก็พอแล้ว” (ซึ่งก็นับเป็นทางเลือกที่ถูกเพราะสไปเดอร์แมนคือตัวละครที่ดังสุดจริง ๆ จากคอมิกในเวลานั้น)ฯ สุดท้าย Marvel Studios ก็ขายสิทธิ์ตัวละครสไปเดอร์แมนเพียงตัวเดียวให้ ค่าย Sony ไปในราคา 7 ล้านเหรียญฯ

นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นของการที่ไอ้แมงมุมแยกจาก Marvel Studios ไปอยู่กับค่าย Sony (อาจจะรวมกับตัวละครอีกตัวที่ไปอยู่ค่ายนี้ก็คือ โกสไรเดอร์) และมีหนังภาคแรกของไตรภาคผู้กำกับ Sam Raimi ออกมา 3 ภาค (ทำรายได้รวมทั่วโลกไป 2,509 ล้านเหรียญฯ จากทุนสร้าง 139 ล้านเหรียญฯ) และกลายเป็นความสำเร็จระดับถล่มทลายครั้งแรกของตัวละครฝั่งมาร์เวล โดยก่อนหน้านั้นก็มีไตรภาคของเบลดของค่าย New Line Cinema ที่กลายเป็นหนัง 3 ภาค (1998-2004) สร้างความสำเร็จระดับพอประมาณ และมีหนัง X-Men ไตรภาคแรกของค่าย 20th Century Fox (2000-2005) ที่ตีคู่ความสำเร็จมากับสไปเดอร์แมน (แต่มีหนังที่ล้มเหลวอย่าง Daredevil (2003) รวมอยู่ด้วย)

อย่างไรก็ดี หลังจากนั้นมาร์เวลก็สามารถตั้งไข่ และสร้างหนังจากตัวละครนอกสายตาและไม่ได้อยู่แถวหน้าของตัวละครดังของมาร์เวลอย่างไอรอนแมนและฮัลค์ออกมาได้ภายในปี 2008 ภายใต้สตูดิโออย่าง Paramount ก่อนที่จะเดินหน้าสร้างหนังกัปตันอเมริกาและธอร์ด้วยตัวเอง และ Disney ก็เห็นชิ้นปลามันทุ่มซื้อมาร์เวลก่อนใครในปี 2009 ด้วยราคา 4,000 ล้านเหรียญฯ ที่คุ้มทุนในเวลาแค่ไม่กี่ปี ที่หาก Sony จะคิดเสียดายต้นทุนค่าเสียโอกาสในที่นี้ ก็ต้องมองที่เม็ดเงินจากหนัง 24 เรื่องที่ MCU ทำรวมกันไปแล้วมากถึง 22,577 ล้านเหรียญฯ แค่นั้นเอง

อ้างอิง

The post รู้หรือไม่? Sony เคยปฏิเสธสิทธิ์ตัวละครทีม Avengers แบบเหมาเข่งจาก Marvel ด้วยราคาถูกแสนถูกที่กี่ล้านเหรียญฯ appeared first on #beartai.