BACK TO 90s !! 20 อัลบั้มขับเคลื่อนวงการเพลงไทยในยุค 90

ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ไม่ว่าจะเป็นวงการหนังหรือวงการเพลงต่างเริ่มมีความรู้สึกโหยหาอดีต (Nostalgia) มีการนำเอาภาพยนตร์เก่า ๆ กลับมาฉายใหม่ มีการนำเอาเพลงเก่ากลับมาทำใหม่ โดยมีช่วงเวลาที่มักถูกคิดถึงอยู่บ่อยครั้งคือทศวรรษที่ 80 และ 90

สำหรับทศวรรษที่ 90 หรือ ราว ปีพ.ศ. 2533- 2542 นับเป็นช่วงเวลาสำคัญของวงการดนตรีไทย เพราะเป็นช่วงที่กระแสดนตรีอัลเทอร์เนทีฟกำลังผลิบาน มีศิลปินใหม่ ๆ ก้าวเข้ามาสร้างสรรค์ผลงานคุณภาพประดับวงการไว้มากมาย เรียกได้ว่าเป็น “ยุคทอง” ของวงการดนตรีไทยเลยก็ว่าได้ ในวันนี้เราจึงคัดสรรอัลบั้มดี ๆ จากยุค 90 ที่มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนวงการเพลงไทยมาฝากให้เพื่อน ๆ ได้หวนกลับไปฟังกันเพลิน ๆ ในช่วงเวลาที่ต้องกักตัวอยู่บ้านแบบนี้

 

1

“ปฐมพร ตายเป็น พราย”

 จุดกำเนิดของผู้ชายคาดหน้าทาตัวสีฟ้า “พราย” หรือ ปฐมพร ปฐมพร ที่กลับมาอีกครั้งในรูปลักษณ์ใหม่ในชื่อ “พราย” หลังออกผลงานอัลบั้มแรกในฐานะศิลปินเดี่ยว “ไม่ได้มามือเปล่า” ซึ่งมีเพลงฮิตติดหูจากอัลบั้มนี้คือเพลง “ไม่ได้มามือเปล่า” ชื่อเดียวกันกับอัลบั้ม

อัลบั้ม “พราย” คือจุดกำเนิดตัวตนอันแท้จริงของ ปฐมพร ปฐมพร อันเป็นเอกลักษณ์ที่ทุกคนจะจดจำตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ไม่ว่าจะเป็นการสร้างตัวตนใหม่ขึ้นมาที่ชื่อว่า​ ”พราย” หรืองานเพลงที่โดดเด่นจากความละเมียดละไมที่ผสมผสานไว้ด้วยความ “ขบถ” และความกราดเกรี้ยว ทุกเพลงในอัลบั้มนี้ล้วนไม่มีชื่อ ยกเว้นเพลง พราย ซึ่งนับได้ว่าสร้างความแปลกใหม่ให้กับวงการเพลงไทยเป็นอย่างมาก สะท้อนความเป็นคนดนตรีที่มีแนวคิดเป็นของตนเอง และตอกย้ำภาพลักษณ์ความเป็น “ขบถ” ทางดนตรีที่แท้จริง

 

2

งานเพลงชุดแรกของวงเมทัลไทยระดับตำนาน ที่มีชื่ออันหนักแน่นดุดันว่า “ หิน เหล็ก ไฟ” (Stone Metal Fire ย่อว่า SMF) หิน เหล็ก ไฟ เกิดจากการรวมตัวกันของสองสมาชิกวง “ดิ โอฬาร โปรเจ็ค” คือ โป่ง ปฐมพงศ์ (ร้องนำ) และ รงค์ ณรงค์ (มือเบส) เสริมทัพด้วยสองมือกีตาร์ โต นำพล และ ป็อป จักรรินทร์ ส่วนมือกลองนั้นคือ สมาน ยวนเพ็ง หรือ น้าหมาน หนึ่งในตำนานมือกลองของไทย ผู้ซึ่งต่อมาได้เสียชีวิตไปในปี 2545 ตำแหน่งกลองจึงเปลี่ยนมาเป็น ปิงปอง ดำรงสิทธิ์ แทน

“หิน เหล็ก ไฟ” ใช้ชื่อวงเป็นชื่ออัลบั้มแรกของพวกเขา จากเนื้อร้องที่ถึงใจและคมคายที่ถ่ายทอดผ่านเสียงร้องอันทรงพลังของโป่ง และการบรรเลงดนตรีที่มีทั้งความเร้าใจ หนักแน่น และความงดงาม ละมุนละไม แตกต่างกันไปในแต่ละบทเพลงจากสมาชิกวงที่เล่นเข้าขากันเป็นอย่างดีและแสดงให้เห็นถึงทักษะทางดนตรีที่เอกอุ ทำให้อัลบั้มนี้มีบทเพลงที่ได้รับความนิยมมากมาย อาทิ ยอม, เพื่อเธอ, นางแมว, พลังรัก, สู้ และ ร็อคเกอร์ จนในที่สุดอัลบั้มนี้ก็มียอดขายมากกว่า 1 ล้านตลับถือเป็นปรากฏการณ์ใหม่ของวงการเพลงไทยโดยเป็นวงร็อกวงแรกของไทยที่ทำยอดขายได้ถึง 1 ล้านตลับ นอกจากนี้หิน เหล็ก ไฟยังได้รับรางวัลสีสันอวอร์ดส์ ครั้งที่ 6 (พ.ศ. 2536) สาขาศิลปินหน้าใหม่ยอดเยี่ยม และโปรดิวเซอร์ยอดเยี่ยมอีกด้วย

 

3

ผลงานอัลบั้มแรกจาก “ดอนผีบิน” วงดนตรีแทรช เมทัลของไทยที่เกิดจากการรวมตัวกันของสามพี่น้องตระกูล แก้วทิตย์ พวกเขาคือผู้ขับเคลื่อนวงการเพลงเมทัลใต้ดินของไทยให้เดือดระอุ กับงานเพลงอันดุดัน หนักหน่วง รุนแรงผสานเนื้อร้องที่สะท้อนปัญหาสังคม การทำลายล้างธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนปรัชญาชีวิต จิตวิญญาณ และความตาย ด้วยภาษาที่งดงามราวบทกวี ทำให้อัลบั้มชุดนี้ประสบความสำเร็จอย่างสูงและได้รับความนิยมจากคนดนตรีสายเดือดจนเกิดเป็นกลุ่มแฟนคลับติดตามกันอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในวงการเพลงใต้ดินของไทย

 

4

ถึงแม้จะเป็นอัลบั้มชุดที่สองแต่ด้วยความโดดเด่นของอัลบั้มนี้จึงถือได้ว่า “Volume 10” คือการประกาศศักดาความเป็นเจ้าพ่อรีมิกซ์ตัวจริงของ Z-Myx สมเกียรติ อริยะชัยพาณิชย์ หรือ Mr. Z นักดนตรี นักแต่งเพลง และนักรีมิกซ์ชาวไทยหนึ่งในผู้ก่อตั้งค่ายเบเกอรี่มิวสิก

กับงานเพลงเต้นรำแนวใหม่ที่เปิดหูชาวไทยให้ตื่นเต้นไปกับท่วงทำนองอันสนุกสนานผ่านงานดนตรีที่มีสีสัน โดยมีตาอินกับตานา , ดึกแล้ว , ลมหายใจ , รู้สึกไหม และ มหัศจรรย์แห่งรัก เป็นเพลงเด่นจากอัลบั้มนี้ที่ทำให้ “Volume 10” คือจุดเริ่มต้นความเป็นตำนานของสมเกียรติ และ เป็นหมุดหมายสำคัญของสายแดนซ์เมืองไทย

 

5

วง “ครับ” คือหนึ่งในผู้บุกเบิกวงการดนตรีอัลเทอร์เนทีฟไทยผ่านงานเพลงในสไตล์บริตพอปที่นับว่าใหม่มากสำหรับวงการดนตรีไทยในช่วงเวลานั้น ผ่านการผลักดันของดีเจ วาสนา วีรชาติพลี แห่ง Radio Active 94.0 FM และการขับเคี่ยวของเหล่าสมาชิกคนดนตรีตัวจริงที่ยังคงผลิตงานเพลงดี ๆ และมีบทบาทสำคัญต่อวงการดนตรีมาจนถึงทุกวันนี้ไม่ว่าจะเป็น อู วาสิต มุกดาวิจิตร -ร้องนำ (นักร้องนำวงเดย์ ทริปเปอร์ เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งในปี 2559) รุ่งโรจน์ อุปถัมภ์โพธิวัฒน์ – เบส (ผู้ก่อตั้งและผู้บริหารค่ายเพลงสมอลล์รูม) วิโรจน์ เสรีศิริขจร – กีตาร์ , วีระยศ เตยะราชกุล – กลอง (ดีเจนอร์แห่งคลื่น Cat Radio) และ วราฤทธิ์ มังคลานนท์ – เพอร์คัชชัน (ดีเจฤทธิ์ แห่งคลื่น Cat Radio)

อัลบั้ม “View” คืองานเพลงชุดแรกและชุดเดียวของของครับ ซึ่งติดอันดับ Top 10 ของอัลบั้มขายดีของร้าน ทาวเวอร์เรคคอร์ดส อยู่หลายสัปดาห์ และได้รับการยกย่องว่าเป็นวงพอปที่แสดงสดได้ดิบเถื่อนที่สุด !! อัลบั้มนี้มีเพลง “ขอบคุณ” เป็นเพลงดังที่ทุกคนจดจำได้ดี นอกจากนี้ยังมี “ทุกเวลา” เป็นอีกเพลงเด่นด้วยที่เมโลดี้สวยงาม เสียงกีตาร์ที่มีกลิ่นอายไซคีเดลิก เสียงร้องนำที่ล่องลอย บวกกับเสียงเบสและกลองที่กระชับอีกทั้งยังผสมเอกลักษณ์ไทยด้วยการใส่เสียงอังกะลุงไว้ในท่อนอินโทรอีกด้วย นอกจากนี้ “View” ยังเรียบเรียงและมิกซ์เสียงด้วยระบบ 3 มิติเป็นรายแรกของเมืองไทยเป็นความล้ำที่ทรงคุณค่าและเป็นอัลบั้มในตำนานที่ถูกกล่าวขานมาจนถึงทุกวันนี้

 

6

 อัลบั้มชุดแรกของ “โมเดิร์นด็อก” วงอัลเทอร์เนทีฟไทยวงแรกที่ประสบความสำเร็จในวงกว้างและเป็นศิลปินกลุ่มแรกของค่ายเบเกอรี่มิวสิก ที่จุดกระแสดนตรีแนวโมเดิร์นร็อกให้แก่วงการดนตรีเมืองไทย โดยมีเพลง “บุษบา” เป็นเพลงเปิดตัว และเพลง “…ก่อน” ที่แต่งโดย พราย ปฐมพร เป็นบทเพลงที่สร้างมิติใหม่ในวงการวิทยุ ติดชาร์ตคลื่นวิทยุยาวนานถึง 1 ปีเต็ม และกลายเป็นเพลงประจำวงโมเดิร์นด็อกตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ด้วยแนวดนตรีแบบฟังก์ โซล โมเดิร์นร็อก และกรันจ์ที่ผสมผสานกันลงตัวในท่วงท่าลีลาที่เป็นเอกลักษณ์และฉีกแหกแหวกแนวไปจากวงดนตรีวงอื่น ๆ ในช่วงเวลานั้นอย่างชัดเจน จึงทำให้โมเดิร์นด็อกทั้ง 4 ป็อด ธนชัย (ร้อง), เมธี น้อยจินดา (กีต้าร์) บ็อบ สมอัตถ์ (เบส) และ โป้ง ปวิณ (กลอง) ได้ปักธงลงไปบนยุทธภพแห่งอัลเทอร์เนทีฟไทยและจุดประกายความหวังให้กับวงการดนตรีไทยให้สว่างไสวตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

 

7

 

หากถามหาความดิบห่ามในช่วงเวลานั้น “เกลียดตุ๊ด”  EP อันเดอร์กราวน์อินดี้สุดดิบเถื่อนจากซีเปียคงช่วยเติมเต็มความปรารถนานั้นได้เป็นอย่างดี กับผลงานตะลึงวงการสุดอื้อฉาวจากสองคู่หู โอ๋ เจษฎา และ ปาเดย์ ภาณุ ที่ระบายอารมณ์อัดอั้นขั้นสุดผ่านบทเพลงสุดคลั่งอย่าง “เกลียดตุ๊ด” ที่ทั้งการร้องและดนตรีสาดกันยับแบบไม่รู้ว่าพี่ไปโดนตุ๊ดที่ไหนทำร้ายจิตใจมาเพลงมันถึงได้เกรี้ยวกราดสาดเทขนาดนี้  และ “Dead God” ที่มีท่อนร้องชวนขนลุกว่า  “อย่างเธอต้องโดนข่มขืน” พร้อมด้วยบทเพลงทั้งหลายในอัลบั้มที่รุนแรง เสียดสีสังคมได้อย่างถึงพริกถึงขิง จึงทำให้อัลบั้มสุดพังก์ดิบเถื่อนนี้กลายเป็นที่พูดถึงกันหนาหูในช่วงเวลานั้น และมันก็ได้กลายมาเป็นอีกหนึ่งตำนานของวงการเพลงไทยในที่สุด

 

8

อัลบั้มนี้คือความใหม่หลายประการในวงการเพลงไทย หนึ่งคือการเปิดทางให้แนวเพลงใหม่สำหรับหูคนไทยอย่าง “R&B” ได้เข้ามามีพื้นที่ในหัวใจของผู้ฟังในวงกว้างไม่ได้เป็นแค่เพลงเฉพาะทางเท่านั้น  สองคือรูปแบบการทำเพลงที่เจ้าของอัลบั้มเป็นคนแต่งแล้วเชิญศิลปินมากหน้าหลายตามา “ฟีเจอริ่ง” ถือว่าแปลกใหม่มากทีเดียว เรียกได้ว่า Rhythm & BOYd นี่คือต้นฉบับการฟีเจอริ่งอันเป็นที่นิยมกันมากในปัจจุบันนี้

Rhythm & BOYd เต็มไปด้วยเพลงรักสุดละเอียด ประณีต ละมุนละไมไพเราะ ให้เราได้สัมผัสความหวานฉ่ำชื่นจิต ผ่านบทเพลงฮิตทั้งหลายอาทิ “รักคุณเข้าแล้ว” จาก ป๊อด โมเดิร์นด็อก ที่ทิ้งความอัลเทอร์มาเอาใจเธอด้วยเสียงสไตล์โซลที่เข้าถึงอารมณ์ “ฤดูที่แตกต่าง” ที่ได้ นภ พรชำนิ หนุ่มเสียงหล่อนุ่มมาละเลงอารมณ์ละมุนและให้กำลังใจผ่านบทเพลงเนื้อหาคมคายเพลงนี้ นอกจากนี้ยังมี… ที่มามอบความชุ่มฉ่ำให้กับเราผ่านอัลบั้มแจ้งเกิดจากสุดยอดนักแต่งเพลงรักของไทย บอย โกสิยพงษ์ ที่ได้มอบผลงานชิ้นมาสเตอร์พีซอัลบั้มนี้ให้แก่วงการเพลงไทย

 

9

 พราวคืออีกหนึ่งตำนานของวงการอัลเทอร์เนทีฟไทยที่เกิดขึ้นจากการรวมตัวกันของคนดนตรีอินดี้ตัวจริงของวงการ เล็ก สุรชัย กิจเกษมสิน  (ร้องนำ / กีต้าร์) ,เจ เจตมนต์ มละโยธา (กีต้าร์) ,พิซซ่า ชัยบรรฑิต พืชผลทรัพย์ (เบส) และ แจ็ค นิตินาท สุขสุมิตร (กีต้าร์) โดยมีเพลง “เธอคือความฝัน” เป็นบทเพลงที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง จากงานดนตรีสไตล์บริทพอปที่ผสมผสานระหว่างความดิบกร้าวและความนุ่มนวลชวนฝันที่ถ่ายทอดผ่านเนื้อร้องที่งดงาม จึงทำให้บทเพลงนี้อยู่เหนือกาลเวลาและดังไกลไปถึงระดับอินเตอร์ด้วยการถูกนำมาใช้ประกอบภาพยนตร์เรื่อง Only God Forgives ผลงานการกำกับของ Nicolas Winding Refn ในปี 2013 และ นำแสดงโดย ไรอัน กอสลิง , หญิง รฐา โพธิ์งาม และ ปู วิทยา ปานศรีงาม

 

10

 อัลบั้มเดี่ยวชุดแรกของหนุ่มร็อกมาดเข้ม ป้าง-นครินทร์ กิ่งศักดิ์ หลังจากแยกย้ายกันกับ ธนา ลวสุต คู่หูจากวง ไฮดร้า ใน “ไข้ป้าง” ป้างได้ถ่ายทอดอารมณ์เข้มผ่านบทเพลงโมเดิร์นร็อกที่มีท่วงทำนองเร้าใจ เนื้อร้องที่คมคาย และเสียงร้องอันเป็นเอกลักษณ์ที่เหมือนคนร้องไห้ ทำให้อัลบั้มนี้มีผลงานชิ้นเยี่ยม ๆ เปี่ยมอารมณ์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นโมเดิร์นร็อกอารมณ์เข้มใน “สบายดี” , อะคูสติกบัลลาดเพราะ ๆ ที่อินโทรด้วยเสียงปี่สก็อตอย่าง “เอื้อมไม่ถึง” , บทเพลงปวดร้าวเจ็บลึกของคนแอบรักที่ต้องตอบคำถามปวดใจใน “คำตอบ”

ความสำเร็จของ “ไข้ป้าง” ได้ทำให้ป้าง นครินทร์ได้มีโอกาสนำผลงานไปแสดงในงานเทศกาลดนตรี “Tokyo Music Festival” ส่วนงานปกอัลบั้มนั้นได้ ท้วม ทรนง นักแสดงอาวุโสมาเป็นโลโก้ในหน้าปกชุดนี้ซึ่งนับว่าเป็นงานปกที่เท่จริง ๆ  ซึ่งปกนี้เป็นผลงานการถ่ายภาพของ เล็ก อภิชัย ตระกูลเผด็จไกร หรือ เล็ก Greasy Cafe นั่นเอง

ด้วยงานดนตรีที่สดใหม่ในช่วงเวลานั้นและเนื้อร้องที่มีแง่มุมที่น่าสนใจทำให้ “ไข้ป้าง” คือหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์วงการอัลเทอร์เนทีฟไทยที่ไม่ว่าหยิบมาฟังเมื่อไหร่ก็ประทับใจทุกครั้ง

 

11

 อัลบั้มสุดคลาสสิกของแรปเปอร์ตัวพ่อของเมืองไทย “โจอี้บอย” อภิสิทธิ์ โอภาสเอี่ยมลิขิต กับพัฒนาการจากอัลบั้มชุดแรก “Joey Boy” มาสู่ “Joey Man” อัลบั้มชุดสองที่กลมกล่อมลงตัวอย่างที่สุด แจ้งเกิดแรปเปอร์หนุ่มหน้าจีนที่มาพร้อม ทีมเต้นชาย 2 หญิง 1 (คริสติน มารี นีเวล อีกหนึ่งศิลปินคุณภาพของเบเกอรี่ มิวสิก) อัลบั้มนี้เปิดด้วย “ลอยทะเล” บทเพลงอารมณ์ชิลที่ร้องกันได้ทั้งบ้านทั้งเมือง และมีเพลงฮิปฮอปอารมณ์คึกคักกวน ๆ อย่าง “เอ-โพด” ที่มาพร้อมเนื้อร้องสุดประหลาด ‘เอโพด สะเรนาปัง โพดนาปัง สะเรนาโพด’

ในวันที่ฮิปฮอปยังเป็นแนวดนตรีที่ห่างไกลจากหูของผู้ฟังชาวไทย ในวันนั้นได้มีแรปเปอร์หนุ่มตี๋คนนี้ที่เปิดพรมแดนใหม่ให้ผู้ฟังชาวไทยได้รู้จักกับความรื่นเริงสนุกสนานผ่านเสียงดนตรีที่มีชื่อว่าฮิปฮอป จนมันได้หยั่งรากลึกและออกดอกผลอันงดงามอย่างที่เราได้เห็นกันในวันนี้

 

12

 อัลบั้ม “แรก” ของศิลปิน “หญิงกรันจ์” คนแรก (และอาจจะเป็นเพียงคนเดียว) ของเมืองไทย “อร-อรอรีย์ จุฬารัตน์” ทายาทคนสุดท้องของ “สุชาดี มณีวงศ์” เจ้าของบริษัท ทริลเลียนส์และทรีไลออนส์ เจ้าของเสียงในรายการ “กระจกหกด้าน” ทางช่องเจ็ดสีที่เราชาวไทยคุ้นหูกันดี

หลังสำเร็จการศึกษาในสาขาซาวด์เอ็นจิเนียร์ อรอรีย์ ได้รับการทาบทามจาก สุกี้ – กมล สุโกศล แคลปป์ แห่งค่าย เบเกอรี่มิวสิค และได้เขียนและผลิตผลงานเพลงด้วยตนเองทั้งหมด นับตั้งแต่ผลงานชิ้นแรกคือ อีพีชุด “อรอรีย์” ในปี พ.ศ. 2538 และ “Natural High” อัลบั้มเต็มชุดแรกที่ออกในปีเดียวกัน อัลบั้มนี้ได้นักดนตรีเก่ง ๆ มาร่วมงานมากมายทั้ง เมธี โมเดิร์นด็อก,โต้ง พีโอพี, โป้ โยคีเพลงย์บอย และ บอย โกสิยพงษ์ มีบทเพลงเด่นเป็นที่จดจำและร่ำลือมาจนถึงทุกวันนี้อย่าง “แล้วเธอ” , Pain , “ระหว่างเรา” (Between us)  นอกจากผลงานจะดีเด่นเป็นที่น่าจดจำแล้วการแสดงของอรอรีย์ยังสะกดใจผู้ชมได้เป็นอย่างดีอีกด้วย ด้วยการร้องและเล่นกีตาร์ปล่อยอารมณ์กรันจ์อย่างสุดพลังทำให้ทุกคนที่ได้ชมการแสดงของเธอล้วนแล้วแต่ประทับใจเป็นอย่างยิ่ง

หลังจากปล่อยอัลบั้มต่อมา “Peel” (2541) อรอรีย์ก็หายไปนานมาก จนกลับมาอีกครั้งพร้อมอัลบั้มที่ 3 “Un Jour” 2560) ที่บอกเลยว่ายอดเยี่ยมสมศักดิ์ศรีศิลปินหญิงกรันจ์ของไทยจริง ๆ

 

13

 จุดเริ่มต้นบนเส้นทางดนตรีในนาม “โยคี เพลย์บอย” ของ โป้ “ปิยะ ศาสตรวาหา” หรือที่เราเรียกกันว่า​ ”โป้ โยคี เพลย์บอย” ก่อนนี้โป้เคยเป็นมือเบสให้กับศิลปินหญิงกรันจ์ “อรอรีย์” และเป็นนักแต่งเพลงให้กับศิลปินในค่ายเบเกอรี่ มิวสิค เพลงแรกที่ได้ใส่เสียงร้องของตัวเองลงไปคืองานเพลงในอัลบั้มของ “สมเกียรติ อริยะชัยพาณิชย์” ก่อนจะผันตัวเองมาเป็นนักร้องนำของวงโยคีเพลย์บอย โดยการชักชวนของ”สุกี้-กมล สุโกศล แคลปป์”

อัลบั้ม “โยคี เพลย์บอย” แตกต่างจากงานเพลงชิ้นอื่นในยุคนั้นด้วยการผสมผสานดนตรียุค 70 อย่าง พอป, ฮาร์ดร็อก, โซล, ฟังก์, ดิสโก้ เข้ากับกระแสธารของอัลเทอร์เนทีฟได้อย่างลงตัว ผนวกกับท่วงท่าลีลาการเต้นที่โดนใจวัยรุ่นของโป้ด้วยแล้ว จึงทำให้ชื่อของ “โยคี เพลย์บอย” กลายเป็นอีกหนึ่งวงดนตรีระดับตำนานของไทยในที่สุด

 

14

 อัลบั้มเต็มชุดแรกของนักร้องนักแต่งเพลงสาว “เจี๊ยบ วรรธนา วีรยวรรธน” ผู้เป็นแนวหน้าของศิลปินหญิงแนว singer-songwriter ของไทย เจ้าของงานเพลงชิ้นเยี่ยม “เธอเห็นท้องฟ้านั่นไหม” (ที่ดังทั้งเวอร์ชันของเธอและวงที-โบน) ความเป็นคนที่มีทัศนคติชีวิตที่ดีและการมีมุมมองที่น่าสนใจทำให้งานเขียนของเธอมีความเรียบง่ายแต่ลุ่มลึก และเข้าถึงใจคนได้ง่าย จึงไม่น่าแปลกใจที่ในวันนี้นอกจากงานเขียนเพลงแล้วเธอยังเขียนบทละครที่ได้รับความนิยมจากผู้ชมมากมายอาทิ เมีย 2018 และ ใบไม้ที่ปลิดปลิว

เวลาคิดถึง เจี๊ยบ วรรธนา เรามักนึกถึงความเป็น “ผู้หญิงเก่ง” ของเธอ( ดังที่เราได้เห็นเป็นประจักษ์ในทุกวันนี้กับการรับบทแม่เลี้ยงเดี่ยวลูกสองคน ในวันที่สามีของเธอ กบ นิมิตร จิตรานนท์ นักคิดนักเขียนคนดัง ได้จากไปเพราะอุบัติเหตุ) สิ่งนี้ได้ถูกสะท้อนเอาไว้ตั้งแต่งานเพลงชุดแรกชุดนี้ที่เธอกลั่นเอาประสบการณ์ออกมาผสานท่วงทำนองของดนตรีอะคูสติก โฟล์ก พอปและร็อก ได้อย่างงดงามและอิ่มเอม โดยมีบทเพลงที่น่าประทับใจอย่าง “เธอเห็นท้องฟ้านั่นไหม” “ขาดอะไรในใจคน”  “คว้าฝัน” และ “เก็บไว้ให้เธอ”

 

15

 คอนเซ็ปต์อัลบั้มเดี่ยวชุดแรกจาก “มาโนช พุฒตาล” ศิลปินคนดนตรี ผู้จัดรายการและผู้ก่อตั้งนิตยสารทางดนตรี “บันเทิงคดี” รวมไปถึงเจ้าของค่ายเพลง “Milestone Records”

“ในทรรศนะของข้าพเจ้า” คือความแปลกใหม่ของวงการเพลงไทยในยุคนั้นอย่างแท้จริง ในด้านดนตรีอัลบั้มนี้คืองานโพรเกรสซีฟร็อกคุณภาพที่อัดแน่นไปด้วยงานดนตรีที่ละเอียดลออและเข้มข้น ในด้านเนื้อหา “ในทรรศนะของข้าพเจ้า” คือ งานเชิงปรัชญาที่สะท้อนแง่งามทางความคิดทางปรัชญา ความเชื่อ สังคม ศาสนา การเมือง ความเป็นมนุษย์ และชีวิต ได้อย่างงดงามเหนือกาลเวลา เป็นหนึ่งในอัลบั้มที่ตกตะกอนความคิดหลังผ่านเหตุการณ์ความรุนแรงในประเทศอย่างพฤษภาทมิฬในปี 2535

บทเพลง “ลำธาร” คือตัวอย่างของงานเพลงคุณภาพจากอัลบั้มนี้ บทเพลงอันเล่าผ่านภาษากวีที่งดงามและคมคายอันแฝงเอาไว้ด้วยความหมายเชิงปรัชญา ถ่ายทอดผ่านคนคนหนึ่งที่ยืนอยู่ตรงหน้า “สายน้ำ” พร้อมดำดิ่งไปในห้วงคิดคำนึงจนซึ้งถึงความหมายและแก่นแท้ของชีวิต จากขอบเขตของปัจเจกไปสู่ระดับสากล จากความเข้าใจเพียงลำพังไปสู่การเข้าถึง รู้ซึ้งและแบ่งปัน ไม่แบ่งแยก ไม่ครอบครอง ไม่ทำให้การเป็นเจ้าของมาทำลายความสัมพันธ์ที่เป็นหนึ่งเดียวกันราวกับลำธารที่ไหลเรื่อยไปโดยไม่แบ่งแยกกันนั่นเอง บทเพลงนี้เพิ่งมี MV ออกมาเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมานี้เอง

 

16

สตูดิโออัลบั้มแรกของ Paradox ภายใต้สังกัด Eastern Sky Record (สังกัดเดียวกันกับ ‘พราว’) ที่ออกมาในปี พ.ศ.2539 เป็นอัลบั้มเปิดตัวความ “บ้า” ของ Paradox ให้ชาวโลกได้รับรู้และกลายเป็นหนึ่งในงานยุคคลาสสิกของกระแสอัลเทอร์เนทีฟไทย

นอกจากปกอัลบั้มที่เป็นรุป “มนุษย์ต่างดาว” ที่ชวนเหวอแล้ว งานเพลงข้างในยังประกอบไปด้วยบทเพลงสุดสร้างสรรค์ในลีลาเร้าใจมากมายอาทิ “ไก่”  บทเพลงที่ดัดแปลงจากเพลง คนขายไก่ ของ ศรเพชร ศรสุพรรณ และได้จัดทำใหม่ในอัลบั้ม On The Beach “โรตีที่รัก” เพลงรักสไตล์ภารตะ  “แกงเผ็ดเป็ดย่าง” ที่เอาวิธีการทำอาหารมาแต่งเป็นเพลง และ “นักมายากล” อีกหนึ่งเพลงฮิตของวงที่ต่อมาถูกจัดทำใหม่ในอัลบั้มแค้นผีนรก และ Free Style

ต่อมาอัลบั้มนี้ได้ถูกทำเป็นแผ่นเสียงออกขาย และหมดภายในเวลาอันรวดเร็วจนกลายเป็น rare item ไปแล้ว ณ ขณะนี้

 

17

 น่าแปลกที่ แมว จิระศักดิ์ ปานพุ่ม ซึ่งเป็นคนที่รักในดนตรีแจ๊ซแบบเข้าเส้นเข้าเสียง แต่เพื่อสร้างชื่อเสียงในวงการดนตรีที่กระแสดนตรีร็อกกำลังมา เลยตัดสินใจทำเพลงร็อกนำร่องก่อน พอดังแล้วจึงค่อยหันกลับมาแจ๊ซ แต่ไป ๆ มา ๆ “Catarock” กลับแจ้งเกิดให้กับแมวในฐานะศิลปินร็อกตัวจริงอีกทั้งยังเป็นหมุดหมายสำคัญของวงการดนตรีร็อกในไทยและชื่อของแมว จิระศักดิ์ ก็กลายเป็นเครื่องหมายการค้าของความร็อกตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา และอัลบั้มต่อ ๆ มาของแมวก็ล้วนแล้วแต่ประสบความสำเร็จอย่างสูงทั้งสิ้น

“Catarock” ประกอบไปด้วยบทเพลงร็อกชั้นดีมากมายอาทิ  “อย่าทำอย่างนั้น” “ถึงอย่างไร” “ตลอด” และ “หล่อนเอ๋ย” ด้วยงานดนตรีที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์จึงทำให้แมว จิระศักดิ์ได้รับรางวัลสีสันอวอร์ดส์ ครั้งที่ 10 ประจำปี พ.ศ. 2540 ในสาขา ศิลปินชายร็อกยอดเยี่ยม ไปครองในที่สุด

 

18

 เมื่อปีที่แล้ววงการดนตรีบ้านเราเพิ่งสูญเสียคนดนตรีที่มีคุณูปการต่อวงการดนตรีไทยร่วมสมัยอย่าง “ชัยยุทธ โตสง่า” หรือ “ป๋อม บอยไทย” (น้องชายของณรงค์ฤทธิ์ โตสง่า หรือขุนอิน) มือระนาดยอดฝีมือ เจ้าของรางวัลศิลปาธรสาขาคีตศิลป์ปี 2553 สมาชิกคนสำคัญของวง “บอยไทย” วงดนตรีไทยประยุกต์ที่หลอมรวมเอาความประณีตและละเอียดอ่อนของเครื่องดนตรีไทยผสานเข้ากับความร่วมสมัยของเครื่องดนตรีสากล โดยดึงเอาจุดดีจุดเด่นของทั้งสองสายมาผสานกันได้อย่างลงตัวออกมาเป็นผลงานในอัลบั้มที่มีชื่อว่า “Andaman Sun” ที่เปิดอัลบั้มด้วยบทเพลง “Burmese Salsa” ที่เอาเครื่องดนตรีไทยและสากลมาบรรเลงในท่วงทำนองแบบซัลซ่าได้อย่างสนุกสนานเริงร่าเร้าใจ เป็นบทเพลงที่คุ้นหูคนไทยอย่างแน่นอน นอกจากนี้ยังมีบทเพลง “ลาวดำเนินทราย” ที่เรียบเรียงได้อย่างโมเดิร์นเสียงแซ็กในท่อนเอาท์โทรนั้นช่างสร้างอารมณ์โรแมนติกได้อย่างดี “Funky Isan” นั้นก็เร้าใจใส่กันเต็มที่ และ “Chameleon” ก็ไพเราะดีทีเดียว ปิดท้ายด้วยความสนุกสนานจาก “Andaman Sun” บทเพลงที่แต่งและเรียบเรียงโดยป๋อม บอยไทยได้อย่างเยี่ยมยอด

 

19

 งานเพลงในยุคคลาสสิกของ “โลโซ” ที่ประกอบไปด้วยเสก รัฐ และใหญ่ ที่รวมตัวกันเล่นดนตรีจากความชอบใจในดนตรีอัลเทอร์เนทีฟร็อกแบบวง Nirvana ที่มีสมาชิกเพียงแค่สามคนแต่ก็ร็อกได้แบบ “เอาอยู่” ทั้งสามได้ตั้งชื่อวงว่า “โลโซ” ที่ตรงข้ามกับคำว่า​”ไฮโซ” หรือชนชั้นสูง เพื่อสะท้อนตัวตนคนธรรมดาที่มีใจรักในเสียงดนตรี

หลังจากทั้งสามย้ายจากโคราชมาตระเวนเล่นดนตรีในกรุงเทพ ฯ  ก็ได้รับการชักชวนจาก ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง ให้มาเป็นวงแบ็กอัพ จนได้มีโอกาสออกงานเพลงของตัวเองและแจ้งเกิดจากงานเพลงในอัลบั้มแรกที่ชื่อว่า “Lo Society” (2539) อันมีเพลงฮิตที่คนร้องตามกันได้ทั่วบ้านทั่วเมืองมากมายอาทิ ฉันหรือเธอ (ที่เปลี่ยนไป), ไม่ต้องห่วงฉัน, เราและนาย, ไม่ตายหรอกเธอ และ อยากบอกว่าเสียใจ  ด้วยเอกลักษณ์ในงานเพลงของ “โลโซ” ที่มีความ “โลโซ” สมชื่อและเข้าถึงใจคนทุกชั้นชนผ่านงานดนตรีร็อกแบบกรันจ์อันเข้มข้นและเนื้อเพลงที่จริงใจตรงไปตรงมาจึงทำให้อัลบั้มชุดนี้ประสบความสำเร็จเกินความคาดหมายและได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีจากแฟนเพลงชาวไทย จนในที่สุดอัลบั้มชุดที่ 2 “Loso Entertainment” (2541) ก็ได้พาโลโซทะยานมาถึงจุดสูงสุดในความเป็นวงร็อกเบอร์หนึ่งของเมืองไทย ด้วยยอดขายอัลบั้มที่สูงเกิน 2 ล้านชุด อันเป็นยอดขายที่สูงที่สุดของศิลปินร็อกในแกรมมี่

งานเพลงในอัลบั้มนี้มีความเข้มข้นแบบร็อกแอนด์โรลมากขึ้นจากอัลบั้มก่อน โดยมีบทเพลงยอดฮิตที่ยังอยู่ในใจผู้ฟังชาวไทยตราบจนถึงทุกวันนี้อย่าง “อะไรก็ยอม” เพลงช้าบาดลึกถึงอารมณ์ความรู้สึก เป็นเพลงที่ขึ้นชาร์ตอันดับหนึ่งในหลายคลื่นวิทยุทั่วประเทศเป็นเวลานาน “ซมซาน” เพลงร็อกอารมณ์สดใสพาใจเบิกบาน เป็นเพลงแรก ๆ ที่เด็กไทยใจร็อกนิยมนำมาเล่นเสมอเมื่อเข้าห้องซ้อม และเพลง “แม่” บทเพลงซึ้ง ๆ ถ่ายทอดความคิดถึงจากลูกที่มาอยู่ในเมืองกรุง ไปสู่แม่ที่รอเราอยู่ที่บ้าน บทเพลงนี้ได้กลายเป็นหนึ่งในบทเพลงวันแม่ของชาวไทยไปในที่สุด

 

20

 เมื่อพูดถึงงานเพลงในยุค 90 หรือ 2000 แล้วไม่พูดถึง Silly Fools ก็คงเป็นไปไม่ได้ เพราะพวกเขาคือวงดนตรีที่สร้างสรรค์ผลงานชั้นมาสเตอร์พีซไว้ประดับวงการอย่างแท้จริง ในทุกวันนี้งานเพลงทุกอัลบั้มของ Silly Fools คืองานเพลงที่ทรงคุณค่าและแฟนเพลงได้ตามล่าซื้อหามาเก็บรักษาเอาไว้เป็นอย่างดี

“Candy Man” มาถึงตรงจุดเปลี่ยนของทศวรรษที่กำลังก้าวไปสู่ยุค “Y2K” พอดี งานเพลงชุดนี้เป็นงานเพลงชุดที่สองที่ทางวงออกกับค่ายมอร์ มิวสิคในเครือแกรมมี่ ที่มีพี่ป้อม อัสนี เป็นหัวเรือ  งานเพลงชุดนี้ได้พัฒนาต่อยอดมาจาก “I.Q.180” ที่ได้สร้างความแปลกใหม่ให้กับวงการดนตรีด้วยซาวด์ดนตรีที่มีเอกลักษณ์ หากแต่ท่วงทำนองของมันอาจจะแปลกหูสำหรับผู้ฟังทั่วไปสักหน่อย “Candy Man” จึงเป็นเหมือนกับการหา “จุดลงตัว” และค้นพบเอกลักษณ์เพลงฮิตในแบบฉบับของ Silly Fools อัลบั้มนี้จึงมีบทเพลงฮิตเข้าขั้นคลาสสิกมากมายอาทิ  “อย่าบอกว่ารัก” “ฝัน” “นางฟ้า” “ไหนว่าจะไม่หลอกกัน” “เพียงรัก” และ “Hey” จนกลายเป็นอัลบั้มที่มียอดขายถล่มทลายและ Silly Fools กลายเป็นวงที่คนรู้จักกันทั่ว กลายเป็นไอดอลของเด็กไทยผู้มีหัวใจใฝ่ดนตรีจากวันนั้นตราบจนวันนี้ไม่มีเปลี่ยน

แชร์โพสนี้



The post BACK TO 90s !! 20 อัลบั้มขับเคลื่อนวงการเพลงไทยในยุค 90 appeared first on #beartai.